
maiครบ12ปีช่วยบจ.ระดมทุน1.6หมื่นล.
mai ครบ12 ปีช่วยบจ.ระดมทุกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท สร้างมูลค่าตลาดรวม 9.6 หมื่นล้านบาท ชี้มี 10 บริษัทที่เติบโตใน mai และย้ายไป SET
mai ครบ12 ปีช่วยบจ.ระดมทุกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท สร้างมูลค่าตลาดรวม 9.6 หมื่นล้านบาท ชี้มี 10 บริษัทที่เติบโตใน mai และย้ายไป SET
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของไทย เพราะมีธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าจดทะเบียนใน mai โดยมีบริษัทใน mai จำนวน 10 แห่งที่เติบโตและย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) นอกจากนี้ บริษัทใน mai หลายบริษัทยังมีผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งยอดขายและกำไร โดยไตรมาสล่าสุด (ไตรมาส 1/2554) บริษัทใน mai มีกำไรเพิ่มเกือบเท่าตัว
“ตลอด 12 ปีของ mai ได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งระดมทุนทั้งสิ้นกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท โดยมีมูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) 9.6 หมื่นล้านบาท หากนับรวม 10 บริษัทที่ย้ายเข้าไปซื้อขายอยู่ใน SET และศักยภาพของบริษัทใน mai พบว่า ณ สิ้นปี 2553 มีรายได้รวม 7.7 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 5,500 ล้านบาท มีการจ้างงานกว่า 2.7 หมื่นคน มีอัตราผลตอบแทนต่อเงินปันผลเฉลี่ย 4.8% ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวมถึง 9.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ได้อย่างดีถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจขนาดกลางในประเทศไทยที่มีบทบาทชัดเจนยิ่งขึ้นในเศรษฐกิจไทยปัจจุบัน”
ทั้งนี้ mai เดิมชื่อตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2542 โดยมีบริษัทเข้าจดทะเบียนจำนวน 3 บริษัท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 131 ล้านบาท ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2548 ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียน รวม 69 บริษัท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม 7.7 หมื่นล้านบาท เติบโตจาก 430 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าตามราคาตลาดในปีแรกที่เริ่มมีบริษัทเข้าจดทะเบียน ปัจจุบัน (ณ 20 มิถุนายน 2554) ดัชนี mai อยู่ที่ 292.35 จุด เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2553 มี P/E 19.47 เท่า และ P/BV 2.59 เท่า
โดยปี 2554 นี้เป็นปีที่มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงสุดเท่ากับ 637 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จากปี 2553 ทั้งนี้มีบริษัทที่เติบโตและย้ายเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 10 บริษัท โดยมี 2 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกเพื่อคำนวณดัชนี SET 100 ได้แก่ บมจ.มิลล์คอน (MILL) และ บมจ. สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF)







