
เริ่มใช้ดีเซลบี4เดือนก.ค.นี้
กบง.ไฟเขียวปรับโครงสร้างดีเซลใช้บี4จากเดิมบี3 เริ่ม1ก.ค.เป็นระยะเวลา 3 เดือน หวังช่วยดูดซับปริมาณปาล์มน้ำมันในระบบ
กบง.ไฟเขียวปรับโครงสร้างดีเซลใช้บี4จากเดิมบี3 เริ่ม1ก.ค.เป็นระยะเวลา 3 เดือน หวังช่วยดูดซับปริมาณปาล์มน้ำมันในระบบ
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ปรับโครงสร้างน้ำมันดีเซลโดยเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล(บี100)ในดีเซลจากเดิม 3% เป็น 4% หรือจากบี3เป็นบี4 เป็นระยะเวลา 3 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.จนถึง30เดือนก.ย. 2554 เพื่อช่วยระบายปริมาณปาล์มน้ำมันในระบบที่มีอยู่จำนวนมาก
ทั้งนี้จะส่งผลให้ความต้องการใช้บี100 เพิ่มขึ้นจากเดือนละ 2.5 หมื่นตัน เป็น 3.5 หมื่นตัน ในขณะที่ตัวเลขปริมาณสต๊อกมีเพียงพอ โดยช่วงปลายเดือนพ.ค. อยู่ที่ 2.13 แสนตัน และคาดว่าในเดือนมิ.ย. สต๊อกจะอยู่ที่ 2.42 แสนตัน เดือนก.ค. อยู่ที่ 2.68 แสนตัน เดือนส.ค. อยู่ที่ 2.81 แสนตัน และเดือนก.ย. อยู่ที่ 3.14 แสนตัน
อย่างไรก็ตามการเพิ่มสัดส่วนบี100ในดีเซลครั้งนี้เป็นผลมาจากมติของคณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่ต้องการให้กระทรวงพลังงานเข้ามาส่งเสริมการใช้บี100ให้เพิ่มขึ้น หลังมีปริมาณปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร โดยยืนยันว่าการเพิ่มการใช้บี100 ครั้งนี้จะไม่ทำให้ปาล์มน้ำมันเพื่อการบริโภคมีปัญหาแน่นอน
“หลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าปริมาณบี100ที่มีอยู่ตอนนี้สามารถปรับดีเซลจากบี3 เป็นบี4 ได้ โดยที่จะไม่ทำให้ปาล์มน้ำมันเพื่อการบริโภคมีปัญหา และการใช้บี4 ครั้งนี้จะเป็นแค่ระยะ3เดือนเท่านั้น เนื่องจากเดือนก.ย. จะมีการปรับโครงสร้างราคาดีเซล หลังสิ้นสุดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งจะต้องมาพิจารณาตัวเลขกันใหม่จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง”นายณอคุณ กล่าว
นายณอคุณ กล่าวว่า ส่วนกรณีจะมีการขยับสัดส่วนการใช้บี100 ถึง 5% เพื่อเป็นบี5หรือไม่นั้น ขณะนี้การหารือมีมติในเรื่องบี4 อย่างเดียว และต้องเข้าใจว่า กระทรวงพลังงานไม่อยากเจอกับสภาพปัญหาเดิมที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่ทำให้ปาล์มน้ำมันขาดแคลนเหมือนที่ผ่านมา จนกลายเป็นจำเลยสังคม ดังนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
นอกจากนี้ที่ประชุมกบง.ยังได้เพิ่มอัตราการจัดเก็บเงินจากน้ำมันดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อีก 50 สต. จากปัจจุบนจัดเก็บอยู่ 70 สต./ลิตร เป็น 1.20 บาท/ลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับลดลง โดยราคาน้ำมันดูไบปรับลดลง 2.80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 105.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนราคาดีเซลตลาดสิงคโปร์ ปรับลดลง 127.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ 124.48 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้ค่าการตลาดดีเซลอยู่ในระดับสูง 2 บาท/ลิตร แต่หลังจากเพิ่มสัดส่วนการจัดเก็บเงินเข้าดีเซล จะทำให้ค่าการตลาดน้ำมันมาอยู่ที่ 1.50 บาท/ลิตร







