posttoday
Crisis Watch

Crisis Watch

20 มิถุนายน 2554

ไทยจะก้าวทันเวียดนามด้านระบบ 4G หรือไม่?

ไทยจะก้าวทันเวียดนามด้านระบบ 4G หรือไม่?

โดย..ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์

ในอดีตที่ผ่านมา ไทยมีความภาคภูมิใจว่าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือในระดับแนวหน้าของทวีปเอเชีย โดยเป็นผู้นำเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 2G มาตั้งแต่ปี 2535 แต่ช่วงหลังเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือของไทยกลับตกต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะระบบ 3G ต้องเป็นผู้ตามทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศกลุ่มอินโดจีน

ก้าวต่อไปคือ เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือแบบระบบ 4G โดยเทคโนโลยี Long Term Evolution (LTE) ได้กลายมาเป็นมาตรฐานของระบบ 4G โดยบริษัท TeliaSonera ของสวีเดน ได้เริ่มเปิดให้บริการ 4G บนพื้นฐานของเทคโนโลยี LTE เชิงพาณิชย์มาแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. 2552 ใน 2 เมืองพร้อมๆ กัน คือ กรุงสตอกโฮล์มของประเทศสวีเดน ซึ่งใช้อุปกรณ์ในระบบของบริษัท อีริคสัน ของสวีเดน และกรุงออสโลของประเทศนอร์เวย์ใช้อุปกรณ์ในระบบของบริษัท หัวเว่ย ของจีน ปัจจุบันเริ่มใช้ประโยชน์ของเครือข่าย 4G ไปแล้วในด้านต่างๆ เช่น เมื่อเดือน มิ.ย. 2553 สถานีโทรทัศน์ของสวีเดนถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีเสกสมรสของมกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษผ่านเครือข่าย 4G

ผู้เชี่ยวชาญของ GSM Association คาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2554 จะมี 24 ประเทศที่เปิดให้บริการ 4G โดยจะมีผู้รับบริการ 24 ล้านคน และภายในปี 2558 จะมีประเทศที่เปิดให้บริการ 4G เพิ่มขึ้นเป็น 55 ประเทศ โดยมีผู้รับบริการ 300 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้รับบริการในทวีปเอเชียและแปซิฟิก 126 ล้านคน โดยเฉพาะจีนจะมีผู้ใช้บริการถึง 58 ล้านคน

หลายประเทศพยายามเร่งรัดการลงทุนด้าน 4G เช่น บริษัท China Mobile ของจีน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้เริ่มทดลองให้บริการ 4G ไปแล้วใน 7 เมืองของจีนตั้งแต่เดือน ม.ค. 2554 ส่วนรัฐบาลบราซิลประกาศเมื่อเดือน พ.ค. 2554 ที่จะเร่งรัดการลงทุนด้าน 4G เพื่อให้ทันกับการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งต่อไปซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิลในปี 2557 โดยเฉพาะติดตั้งให้ครบใน 12 เมืองหลักที่จะเป็นสังเวียนการแข่งขัน

ในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ได้เริ่มเคลื่อนไหวด้าน 4G แล้วเช่นกัน โดยกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารของเวียดนาม ซึ่งมีวิสัยทัศน์กว้างไกลกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ได้อนุญาตเมื่อเดือน ก.ย. 2553 ให้บริษัทโทรคมนาคม 5 บริษัท ทดลองเทคโนโลยี 4G เป็นเวลา 1 ปี เพื่อศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยี ก่อนที่รัฐบาลจะเปิดประมูลคลื่นความถี่ในด้านนี้ต่อไป จากนั้นเมื่อต้นปี 2554 ได้อนุญาตให้ทดสอบเทคโนโลยีเพิ่มเติมอีก 2 บริษัท รวมเป็น 7 บริษัท

จากนั้นบริษัท Viettel ได้ประกาศร่วมมือกับหัวเว่ยของจีนเมื่อกลางเดือน พ.ค. 2554 ทดลองเปิดให้บริการ 4G เป็นครั้งแรกใน 2 เมืองพร้อมกัน คือ กรุงฮานอย และนครโฮจิมินห์ อนุญาตให้ลูกค้า 400 คน ทดลองใช้บริการระหว่างวันที่ 12 พ.ค.–31 ส.ค. 2554 มีสถานีฐาน 80 แห่ง เพื่อทดสอบสมรรถนะโครงสร้างพื้นฐานและศึกษาเทคโนโลยี ตั้งเป้าเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2557–2558

เป็นที่น่าสังเกตว่า บริษัท Viettel แม้เป็นรัฐวิสาหกิจเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจมือถือเมื่อปี 2547 ยิ่งไปกว่านั้นมีผู้ถือหุ้นคือ กระทรวงกลาโหมของเวียดนามดูเสมือนว่าจะบริหารจัดการล้าสมัย แต่กลับประสบผลสำเร็จเชิงธุรกิจอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันครองตลาดโทรศัพท์มือถือเป็นอันดับ 1 ในเวียดนาม นอกจากนี้ยังรุกไปยังกัมพูชา โดยเดิมบริษัท Mobitel ของกัมพูชา และ Mfone ของกลุ่มชินของไทย ครองตลาดอันดับ 1 และ 2 ในกัมพูชา แต่ปัจจุบัน Metfone ของบริษัท Viettel เพิ่มฐานลูกค้าอย่างรวดเร็วจนแซงหน้ากลายเป็นอันดับ 1 ในกัมพูชา เนื่องจากการตลาดเชิงรุกและบริการราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ทั้งยังขยายไปลงทุนในประเทศเฮติและโมซัมบิก ล่าสุดต้นปี 2554 ได้ประกาศจะลงทุน 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ยูเครน

กรณีของประเทศไทยการเปิดให้บริการ 3G ล่าช้าอย่างมาก และเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น จนตามก้นลาว กัมพูชา และเวียดนาม ขณะที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งคณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้ออกประกาศเมื่อเดือน ก.ค. 2553 กำหนดเปิดประมูลบริการระบบตั้งแต่ 3G จนถึงระบบ 3.9G หรือ High Speed Packet Access Plus (HSPA+) อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้ กทช.ระงับการอนุญาตเป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะสิ้นสุดหรือจะมีคำสั่งอย่างอื่น ซึ่งหากเป็นไปตามขั้นตอนปกติแบบไทยๆ กว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งให้เริ่มขั้นตอนประมูลอีกครั้งจนคัดเลือกผู้ดำเนินการ เทคโนโลยี 3.9G จะล้าสมัยไปแล้วก็ได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2554 บริษัท ทีโอที ได้เปิดให้บริการ 3.9G ระบบ HSPA+ อย่างเป็นทางการ ภายใต้คลื่นความถี่ 2.1GHz ให้ความเร็วสูงสุด 42Mbps ในกรุงเทพฯ และ 21Mbps ในภูมิภาค ทำให้ไทยเป็นประเทศที่ 4 ของอาเซียนที่เปิดให้บริการ 3.9G รองจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และที่ 24 ของโลก แต่ยังไม่ตัดสินใจลงทุน 4G เนื่องจากสายการผลิตยังมีน้อยและราคาสูง รวมถึงเทคโนโลยีอุปกรณ์ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่สนับสนุนเทคโนโลยี 3.9G

ล่าสุด ดีแทคแจ้งว่าพร้อมจะลงทุนด้าน 4G ในประเทศไทย พร้อมเสนอหากจะเปิดประมูลโทรศัพท์มือถือใหม่อีกครั้งหนึ่ง น่าจะเปิดประมูลให้บริการ 3G และ 4G ไปพร้อมกัน เพื่อให้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือของไทยทันสมัยตามทันประเทศเพื่อนบ้านเสียที

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ