
ธปท.ไม่ห่วงขาดทุนหนักแค่ทางบัญชี
ประสารการันตีแบงก์ชาติขาดทุน 1.17 แสนล้านบาทไม่น่าห่วง แค่ตัวเลขทางบัญชี เงินอยู่ครบทุกบาท
ประสารการันตีแบงก์ชาติขาดทุน 1.17 แสนล้านบาทไม่น่าห่วง แค่ตัวเลขทางบัญชี เงินอยู่ครบทุกบาท
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การขาดทุน 1.17 แสนล้านบาทของ ธปท.ไม่ถือว่าน่าห่วง เพราะเป็นการขาดทุนทางบัญชี สถานการณ์รอบนี้ไม่น่าห่วงเหมือนปี 2540 เพราะถึงจะตีค่าจากการถือเงินเหรียญสหรัฐออกมาเป็นเงินบาทแล้วขาดทุนสุทธิ แต่เงินเหรียญสหรัฐยังอยู่
“ผมเห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะถ้าตีค่าในเงินเหรียญสหรัฐในช่วงที่อ่อนค่า การตีค่าเป็นเงินบาทก็มีมูลค่าสูงเหมือนกำไรจากค่าเงิน แต่ถ้าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อตีค่าเป็นเงินบาทก็จะมีมูลค่าน้อยลงบัญชีก็จะติดลบสูง” ผู้ว่าการ ธปท.ชี้แจง
นายประสาร กล่าวอีกว่า ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการตีค่าจากเงินสกุลหนึ่งไปอีกสกุลหนึ่ง จึงเป็นผลทางบัญชี และที่ต้องขาดทุนก็เป็นความจำเป็นในการดูแลภาวะเศรษฐกิจ ดูแลไม่ให้กระทบภาคส่งออก และดูแลอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ผันผวน เพื่อให้เวลากับภาคธุรกิจของไทยได้มีเวลาปรับตัว
นอกจากนี้ สาเหตุที่ประสบปัญหาการขาดทุนเพราะ ธปท.ต้องเข้าไปดูดซับสภาพคล่องในระบบไม่ให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงจนเกินไป จึงจะเห็นได้ว่ามีเงินเหรียญสหรัฐส่วนหนึ่งมาอยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศด้วย ซึ่งถ้านำมาตีค่าเป็นเงินบาทก็จะต่างกันไปในแต่ละช่วง
นายประสาร กล่าวว่า การขาดทุนดังกล่าว ธปท.คงไม่รีบเร่งดำเนินการเพื่อหาช่องทางนำเงินทุนสำรองไปลงทุนเพิ่มเติม เพื่อหารายได้มาชดเชยส่วนที่ขาดทุนแต่อย่างใด เพราะถึงที่สุดการดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทและเศรษฐกิจในภาพรวมเป็นบทบาทหน้าที่ของ ธปท.ที่ต้องทำอยู่แล้ว เพื่อดูแลมิให้เศรษฐกิจและตลาดการเงินได้รับผลกระทบมากเกินไป แม้ขาดทุนก็ต้องทำ เพราะเป็นหน้าที่ธนาคารกลาง
ทั้งนี้ งบการเงินปี 2553 ของ ธปท.มีผลขาดทุนสุทธิ 1.17 แสนล้านบาท เป็นการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 1.03 แสนล้านบาท







