
กสอ.มุ่งพัฒนาSME4สาขาหลัก
กสอ. เผยยุทธศาสตร์พัฒนาเอสเอ็มอี เน้นดูแล 4 สาขาหลัก เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต-พัฒนาผู้ประกอบการ
กสอ. เผยยุทธศาสตร์พัฒนาเอสเอ็มอี เน้นดูแล 4 สาขาหลัก เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต-พัฒนาผู้ประกอบการ
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ในปี 2555 กสอ.มีแผนจะพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 4 สาขา ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมไม้และเครื่องเรือน กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม กลุ่มเครื่องหนังและรองเท้า และกลุ่มผักและผลไม้ เนื่องจากสาขาดังกล่าวมีศักยภาพในการเจริญเติบโต สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้มาก มีสายการผลิตยาวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และเกิดประโยชน์ต่อเนื่องไปจนถึงประชาชนในภาคเกษตร
ทั้งนี้ การพัฒนาผู้ประกอบการในแต่ละสาขาจะมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ในกลุ่มสิ่งทอ ขณะนี้ผู้ประกอบการหลายรายสนใจที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางกรมฯ ก็จะเข้าไปส่งเสริมให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าว โดยจะดูความต้องการของผู้ประกอบการว่าต้องการออกไปต่างประเทศ เพื่อลงทุนย้ายฐานการผลิต หรือ ไปใช้ทรัพยากร หรือไปขยายตลาด เป็นต้น และจะช่วยประสานกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่าจะมีความช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยในการไปลงทุนในต่างประเทศอย่างไรบ้าง
ขณะที่กลุ่มผักและผลไม้ จะเน้นการช่วยพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับมาตรฐานการผลิต พัฒนาการใช้บรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ดึงดูดลูกค้า และเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้า ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไทยมีศักยภาพมาก มีวัตถุดิบภายในประเทศอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มไม้และเครื่องเรือน จะช่วยดูแลการพัฒนาการผลิตให้ได้มาตรฐาน ทั้งในแง่การใช้วัตถุดิบ การได้มาของวัตถุดิบ ให้ถูกต้องตามาตรฐานรับรองที่เป็นสากล และกลุ่มเครื่องหนังและรองเท้า จะเน้นการสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น เนื่องจากในกลุ่มนี้ผู้ประกอบการไทมีศักยภาพในการผลิตสูงอยู่แล้ว แต่ขาดเรื่องการทำตลาดให้สินค้าเป็นที่รู้จัก
"การพัฒนาผู้ประกอบการใน 4 สาขา กรมฯ จะทำงานร่วมกับสมาคมของภาคเอกชน เพื่อให้การพัฒนาตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการมากที่สุด โดยในปี 2555 จะเน้นการช่วยเหลือในกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ส่วนกลุ่มอื่นๆ ก็ยังดูแลอยู่ แต่อาจจะมีสัดส่วนที่น้อยลง เพื่อให้การพัฒนามีศักยภาพมากขึ้น และจะเน้นการช่วยเหลือผู้ประกอบการใหม่ที่ยังไม่เคยร่วมงานกับกรมฯ มาก่อน"นายพสุ กล่าว
สำหรับการแผนการพัฒนาผู้ประกอบการ ทั้งผู้ประกอบการใหม่ และผู้ประกอบการเก่า จะเน้นการพัฒนาในเชิงคุณภาพมากกว่าเพิ่มปริมาณ โดยจะมีการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และคาดว่าจะสามารถพัฒนาผู้ประกอบการได้ประมาณ 1 หมื่นรายต่อปี
นายพสุ กล่าวว่า ด้านการสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีความพร้อมในการรับมือการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 กรมฯจะดำเนินการในเชิงรุก โดยการนำเอาหัวข้อเรื่องเออีซี ใส่เข้าไปในหลักสูตรการพัฒนาผู้ประกอบการในด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเออีซี และมองเห็นโอกาส ช่องทางในการขยายธุรกิจ
นอกจากนี้ กรมฯจะร่วมมือกับหน่วยงานในต่างประเทศ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ในการช่วยพัฒนาเอสเอ็มอีไทย และนำความร่วมมือต่างๆ มาใช้ประโยชน์ และจะขยายความร่วมมือไปยังประเทศอื่นๆ อย่างเนื่อง เช่น จีน อินเดีย







