posttoday
รง.ใหญ่ย้ายแก้แอลพีจีขึ้นก.ค.

รง.ใหญ่ย้ายแก้แอลพีจีขึ้นก.ค.

17 มิถุนายน 2554

รายใหญ่แห่ย้ายโรงงานตามแนวท่อก๊าซหรือไปเพื่อนบ้าน หลังต้น ก.ค.แอลพีจีอุตฯ ขึ้น รายเล็กเปลี่ยนเชื้อเพลิง

รายใหญ่แห่ย้ายโรงงานตามแนวท่อก๊าซหรือไปเพื่อนบ้าน หลังต้น ก.ค.แอลพีจีอุตฯ ขึ้น รายเล็กเปลี่ยนเชื้อเพลิง

นายสมชัย โอวุฒิธรรม ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีกระทรวงพลังงานยืนยันที่จะปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคอุตสาหกรรม 3 บาทต่อกิโลกรัม ในวันที่ 1 ก.ค. 2554 นี้ทันทีว่า หากขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมจริง ก็คงเป็นเรื่องใหญ่ของอุตสาหกรรมแก้วและกระจก และเซรามิก ที่หลังจากนี้แต่ละบริษัทจะต้องไปหารือเพื่อตัดสินใจกันเองว่าจะดำเนินแผนธุรกิจอย่างไรต่อไป

โรงงานขนาดเล็กก็อาจจะใช้วิธีการเปลี่ยนเชื้อเพลิงและขยับขึ้นราคาสินค้า ขณะที่ราคาสินค้าจะปรับขึ้นได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้ ส่วนรายใหญ่ก็ต้องตัดสินใจ จะย้ายโรงงานไปตั้งตามแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ หรือจะย้ายฐานไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้านแทน แต่การย้ายโรงงานต้องใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 2,000-3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม ซึ่งกระทบกลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก และกลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก โดยทุกการปรับราคาขึ้น 1 บาทต่อกิโลกรัม จะกระทบต่อต้นทุนการผลิตประมาณ 70 ล้านบาท หากปรับขึ้นครบ 12 บาทต่อกิโลกรัม ก็จะกระทบต้นทุนประมาณ 840 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มอยู่ระหว่างเจรจากับทางกระทรวงพลังงานให้หามาตรการช่วยเหลืออยู่

สำหรับที่ผ่านมา ส.อ.ท.ได้เสนอมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการ ทั้ง 2 กลุ่มอุตสาหกรรม 4 มาตรการคือ 1.ขอให้ผู้ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีที่ติดตั้งถังขนาด 48 กิโลกรัม ไม่เกิน 20 ถัง สามารถใช้ก๊าซแอลพีจีในราคาเดิมได้อีก 3 ปี โดยใช้มาตรการระบบโควตาคูปอง ซึ่งมีวงเงินสนับสนุนประมาณ 1,800 ล้านบาทต่อปี

2.ขอให้พิจารณาปรับขึ้นเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ปีละไม่เกิน 1 บาทต่อกิโลกรัม 3.ขอให้ภาครัฐจัดหาพลังงานทางเลือกที่มีราคาไม่ต่างจากแอลพีจีที่ใช้อยู่เดิมให้ และ 4.ให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณในการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์ และสนับสนุนเงินทุนในลักษณะเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า ความเดือดร้อนของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการชะลอการปรับขึ้นราคา ในขณะนี้กำลังหารือจะช่วยอย่างไร โดยโรงงานแก้วกระจก 3 แห่ง เช่น ที่ อ.แกลง จ.ระยอง หรือที่ จ.ปราจีนบุรี คงต้องย้ายโรงงานไปแนวท่อก๊าซธรรมชาติแน่ เพื่อลดต้นทุนอย่างไรก็ตาม ได้เสนอให้กระทรวงพลังงานไปช่วยประสานกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)และกระทรวงการคลัง เรื่องการขอการส่งเสริมการลงทุนในกรณีย้ายที่ตั้งโรงงานและขอลดภาษีการย้ายทรัพย์สินภายในโรงงานให้ย้ำ ขึ้นแอลพีจี 1 บาท/กิโล กระทบต้นทุน 70 ล้าน หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือรายใหญ่คงต้องย้ายโรงงานไปอยู่ตามแนวท่อ หรือไปลงทุนต่างประเทศ รายเล็กเปลี่ยนเชื้อเพลิงและขึ้นราคาสินค้า

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน