
ผู้บริโภคในกลุ่มตลาดใหม่หนุนโมบายแบงกิงโต
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว
ทั้งในฐานะเครื่องมือสำหรับพูดคุยสื่อสาร จัดตารางนัดหมาย รับส่งอีเมล เล่นเกมส์ ฟังเพลง ดูวิดีโอ ใช้เป็นนาฬิกาปลุกหรือเครื่องคิดเลข หรือแม้แต่เพื่อการติดตามข่าวสารอย่างฉับไวต่อเนื่อง
ทีเอ็นเอส กลุ่มบริษัทวิจัยการตลาดตามวัตถุประสงค์ของลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ทำการสำรวจชื่อ โมบายไลฟ์ ในกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 3.4 หมื่นราย ที่มีอายุระหว่าง 1660 ปี จาก 43 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นการสำรวจประจำปีที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้และการมีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือของผู้บริโภคทั่วโลก
นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างความเข้าใจในภาพรวมเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถืออย่างครบวงจร แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งผลกระทบที่โทรศัพท์มือถือจะมีต่อโลกดิจิตอลในภายหน้า พร้อมค้นหาโอกาสทางการตลาดสำหรับธนาคาร ผู้ค้าปลีก และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเพื่อที่จะพัฒนาธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของฐานลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่
ผลการสำรวจพบว่า การทำธุรกรรมบนมือถือหรือการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ รวมถึงการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อใช้บริการทางธนาคารต่างๆ เช่น เข้าไปเช็กยอดในบัญชีธนาคาร การบริหารจัดการบัญชี และการใช้เครดิตในโทรศัพท์มือถือเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ณ จุดขายนั้น มีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่กระจายของเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมด้วยแรงผลักดันจากโครงสร้างของการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ
ในประเทศที่มีความแตกต่างอย่างจีน บราซิล และเคนยา พบว่า การที่ธนาคารต่างๆ ก้าวข้ามบริการแบบดั้งเดิมไปให้บริการทางมือถือ ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อทำธุรกรรมมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 100% ในช่วง 12 เดือน ซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่ฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เท่านั้น หากแต่ยังพบได้ในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และสวีเดน
ทั้งนี้ พบว่า ธนาคารต่างๆ ในประเทศเหล่านี้มีการเสนอบริการใหม่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือให้แก่ลูกค้า ทั้งในลักษณะของข้อความสั้นหรือแอพพลิเคชันในสมาร์ตโฟนที่เอื้อให้ผู้บริโภคสามารถใช้โทรศัพท์มือถือเช็กยอดบัญชี โอนย้ายเงินระหว่างบัญชี ชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ รวมทั้งการซื้อสินค้าและบริการซึ่งมีผู้นิยมใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในสหราชอาณาจักร สัดส่วนของผู้ที่ใช้บริการธุรกรรมทางมือถือเพิ่มจากเดิม 9.7% ในปี 2553 เป็น 20.4% ในปี 2554 ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีสัดส่วนของผู้ทำธุรกรรมทางมือถือเพิ่มจาก 11.45% เป็น 21.9% ส่วนในสวีเดนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสูงมากเช่นกัน คือจากเดิม 8.1% เป็น 20%
ขณะที่จำนวนผู้ที่เริ่มใช้บริการธุรกรรมผ่านทางมือถือมีสัดส่วนที่สูงขึ้น ความต้องการที่จะใช้บริการนี้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบที่บริการนี้ยังไปไม่ถึง เช่น ในแถบทวีปแอฟริกาใต้ซึ่งเกือบ 2 ใน 3 ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ (63%) แสดงความสนใจและต้องการจะใช้บริการธุรกรรมทางมือถือ
เนื่องจากยังมีประชากรอีกเป็นจำนวนมากในโลกนี้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการธุรกรรม ดังนั้นการทำให้ธุรกรรมผ่านทางมือถือเป็นสิ่งที่ง่ายต่อการเข้าถึงสำหรับคนกลุ่มนี้ นอกจากจะช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจการเงินการธนาคารมีการเติบโตแล้ว ยังสร้างโอกาสอย่างมหาศาลให้กับโลกมือถืออีกด้วย
ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จาก โมบายไลฟ์ แสดงให้เห็นว่าสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วนั้น การทำธุรกรรมผ่านทางมือถือเป็นไปเพื่อความสะดวกและส่วนมากเป็นการแตกแขนงจากประสบการณ์ออนไลน์ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งเอื้อให้ผู้บริโภคสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ออนไลน์ในขณะอยู่นอกสถานที่หรือกำลังเดินทาง
แต่สำหรับประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่แล้วโทรศัพท์มือถืออาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้บริโภคอีกนับล้านคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมตามปกติด้วยข้อจำกัดทางโครงสร้างพื้นฐานและด้านอื่นๆ ของการธนาคารได้มีโอกาสในการทำธุรกรรม







