
มิตซูฯพร้อมสรุปผลิตร่วมนิสสัน
มิตซูบิชิเตรียมสรุปแผนผลิตรถให้นิสสันไม่เกินไตรมาส 3 ปีนี้ ด้านยอดขายรถเดือน พ.ค. ลด 11.5%
มิตซูบิชิเตรียมสรุปแผนผลิตรถให้นิสสันไม่เกินไตรมาส 3 ปีนี้ ด้านยอดขายรถเดือน พ.ค. ลด 11.5%
นายโนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ไม่เกินช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้จะได้ข้อสรุปในเรื่องของการรับจ้างผลิตรถปิกอัพของนิสสัน ที่โรงงานประกอบรถยนต์โรงที่ 1 ของบริษัท ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาข้อสรุปทั้งหมด และพร้อมที่จะเดินหน้าโครงการดังกล่าวทันที
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวประกอบด้วยการที่มิตซูบิชิจะผลิตรถปิกอัพนิสสัน นาวาร่า ที่โรงงานผลิตรถยนต์แห่งที่ 1 ของมิตซูบิชิ ที่มีกำลังการผลิตราว 6 หมื่นคันต่อปี ปกติใช้ผลิตรถยนต์นั่งและมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รวมไปถึงโครงการนำรถยนต์ปาเจโร สปอร์ต ติดโลโก้นิสสัน เพื่อจำหน่ายในตลาดตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของโครงการและเป้าหมายในการผลิตได้ เพราะต้องปรับเนื่องจากอยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียดทั้งหมด เนื่องจากมิตซูบิชิต้องปรับไลน์การผลิตในโรงงานแห่งที่ 1 เพื่อผลิตปิกอัพของนิสสันได้ รวมถึงอาจจะต้องย้ายไลน์การผลิตปาเจโร สปอร์ต บางส่วนไปไว้ที่โรงงานแห่งที่ 2 ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ อาจจะต้องมีการลงทุนเพิ่มในส่วนของการเพิ่มสายการผลิต ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปทั้งหมด ซึ่งมิตซูบิชิต้องพิจารณาเรื่องการประกอบรถยนต์ทั้งหมด เนื่องจากต้องรักษาเป้าหมายการผลิต 2.4 แสนคันเอาไว้ ซึ่งถือเป็นการผลิตกว่า 110% ของกำลังการผลิตที่มีอยู่ 2 แสนคัน แบ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 1 จำนวน 6 หมื่นคัน และโรงงานแห่งที่ 2 อีก 1.4 แสนคัน
"อย่างไรก็ตาม แผนการผลิตรถให้กับนิสสันจะต้องไม่กระเทือนกับเป้าหมายในการทำงานของมิตซูบิชิ รวมถึงจะไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวอีโคคาร์ของบริษัทที่ยังเดินหน้าตามแผน รวมถึงโรงงานแห่งที่ 3 ที่ใช้ผลิตอีโคคาร์ก็จะไม่กระทบเช่นเดียวกัน" นายมูราฮาชิกล่าว
สห สสำหรับการปรับเป้าหมายการจำหน่ายในปีนี้จาก 5 หมื่นคันเป็น 6.2 หมื่นคัน เนื่องจากบริษัทแม่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณชิ้นส่วนเพื่อการผลิตรถยนต์อย่างพอเพียง จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมามิตซูบิชิสามารถรับจองและส่งมอบรถให้กับลูกค้าในประเทศไทยได้ตามเป้าหมาย และไม่ได้ปรับการผลิตสำหรับการส่งออกมาชดเชยแต่อย่างใด
สำหรับโครงการรถยนต์อีโคคาร์ของบริษัทก็ยังเดินหน้าตามแผนงานเดิมเช่นกัน โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนชิ้นส่วน เนื่องจากมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศจำนวนมากกว่า 80% อยู่แล้ว ซึ่งการที่คู่แข่งไม่สามารถส่งมอบรถได้ มองในแง่ดีก็ทำให้ลูกค้ารอพิจารณารถของบริษัทมากขึ้น แต่ก็ไม่ดีในเรื่องของการที่ไม่สามารถสร้างบรรยากาศการใช้งานอีโคคาร์ให้กับตลาดก่อนเปิดตัว
นายมูราฮาชิ กล่าวถึงการขอปรับราคาพลังงานก๊าซธรรมชาติของปตท. ว่าหากปรับไม่มากนัก เช่น ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1112 บาทต่อกิโลกรัม ก็เชื่อว่าผู้ใช้งานจะได้รับผลกระทบไม่มาก ขณะเดียวกัน ก็จะทำให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการเดินหน้าขยายสถานีบริการให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดได้ในอนาคตพิษสึนามิ ทำยอดขายรถยนต์เดือนพ.ค.วูบ 11.5% แต่ยอดรวม 5 เดือน ยังโต 26.4%
รายงานข่าวจากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) แจ้งยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 55,703 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 62,205 คัน หรือลดลง 11.5% แต่หากพิจารณายอดจำหน่ายรวม 5 เดือน (ม.ค.พ.ค.) พบว่ามียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 361,575 คัน ยังสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 26.4%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาเหตุที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ในเดือน พ.ค. ลดต่ำกว่าเนื่องจากค่ายรถยนต์ประสบปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนจากประเทศญี่ปุ่นที่ประสบภัยสึนามิ ทำให้ต้องประกาศลดกำลังการผลิตลงตั้งแต่ 50-70%







