posttoday
ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รายได้ปีละ1.1แสนล้าน

ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รายได้ปีละ1.1แสนล้าน

17 มิถุนายน 2554

นายสรรเสริญ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นการเลือกพรรคที่เป็น 2 ขั้วหลัก

นายสรรเสริญ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นการเลือกพรรคที่เป็น 2 ขั้วหลัก

คือ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 10 และพรรคเพื่อไทย เบอร์ 1 ซึ่งทั้งพรรคมีแนวนโยบายที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายประกันราคาข้าว แต่ พรรคเพื่อไทยจะทำนโยบายรับจำนำ

 

ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รายได้ปีละ1.1แสนล้าน

สำหรับนโยบายเศรษฐกิจด้านภาษีก็แตกต่างกันสิ้นเชิง ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นการเก็บภาษีจากคนรวยให้คนชั้นกลางและล่าง ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเป็นการเก็บภาษีของคนชั้นกลางไปให้คนชั้นสูง

นายสรรเสริญ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายการปฏิรูปภาษีเพื่อลดการเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยจะให้ผู้ประกอบการที่ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 25% ภายใน 2 ปี นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งจะทำให้รายได้หายไปปีละ 3 หมื่นล้านบาท

สำหรับเงินที่จะนำมาชดเชยการลดภาษี ก็จะมาจากการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีสิ่งแวดล้อม ที่กฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณา จะทำให้เก็บภาษีได้เพิ่ม 1.1 แสนล้านบาท

นายสรรเสริญ กล่าวว่า นโยบายการขึ้นค่าจ้างของพรรคเพื่อไทยเป็น 300 บาทต่อวัน จะมีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะปัจจุบันค่าจ้างในกรุงเทพฯ 210 บาทต่อวัน ต่างจังหวัด 150 บาทต่อวัน ทำให้การขึ้นค่าจ้างในต่างจังหวัดเพิ่มเป็นเท่าตัว ทำให้ผู้ประกอบการมีปัญหาเรื่องต้นทุน

นอกจากนี้ นโยบายชดเชยผู้ประกอบการโดยการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 23% เป็นการให้ไม่ตรงจุด เพราะบริษัทขนาดใหญ่ที่เสียภาษีไม่ได้จ้างแรงงานขั้นต่ำน้อย จะทำให้ประเทศเสียเงินภาษีปีละ 1.5 แสนล้านบาทโดยที่ไม่ได้ประโยชน์

สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ ยังเป็นเรื่องที่ต้องดูจังหวะเวลาให้เหมาะสม เพราะต้องดูภาพรวมทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล บุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต และภาษีศุลกากร ทั้งระบบ เพื่อให้การปรับโครงสร้างมีประสิทธิภาพ

นายสรรเสริญ กล่าวว่า แม้ว่าพรรคจะมีนโยบายรัฐสวัสดิการจำนวนมาก แต่ยังยืนยันว่าจะทำงบประมาณสมดุลภายในปีได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ เพราะมียุทธศาสตร์หารายได้เข้ารัฐเพิ่มเติม จากการออกกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีสิ่งแวดล้อม ทำให้มีเงินภาษีเพิ่ม 1.1 แสนล้านบาท

ขณะที่การแก้ไขหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน โดยการแก้กฎหมายการลงบันทึกบัญชี จะทำให้มีรายได้มาจ่ายหนี้ลดภาระดอกเบี้ยได้อีกปีละ 5 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังมีแผนเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวจากปัจจุบัน 6 แสนล้านบาทต่อปี เป็น 1 ล้านล้านบาทต่อปี โดยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้ดีขึ้น รวมทั้งยังมีการตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ทำให้คนสูงอายุมีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเกษียณอายุ สมทบเพิ่มจากเบี้ยยังชีพที่รัฐบาลจ่ายอยู่แล้ว

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ