
โฮมโปรเดินหน้ารุกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์
โฮมโปร รุกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ วางเป้าเพิ่มสัดส่วน 25% อีก 2 ปีข้างหน้า จากปีนี้อยู่ที่ 18% ส่วนใหญ่นำเข้าจากจีน เหตุค่าครองชีพสูง ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมการซื้อ
โฮมโปร รุกสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ วางเป้าเพิ่มสัดส่วน 25% อีก 2 ปีข้างหน้า จากปีนี้อยู่ที่ 18% ส่วนใหญ่นำเข้าจากจีน เหตุค่าครองชีพสูง ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมการซื้อ
นายณัฏฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์เซ็นเตอร์ หรือโฮมโปร เปิดเผยว่าบริษัทฯให้ความสำคัญกับสินค้าเฮ้าส์แบรนด์มากขึ้น จากปีก่อนมีสัดส่วนยอดขาย 16% ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 18% และคาดว่าภายใน 2 ปีข้างหน้าสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% และจะรักษาไว้ในระดับเดิม เนื่องจากสินค้ากลุ่มดังกล่าวมีราคาต่ำกว่าสินค้าที่มีแบรนด์ ขณะที่ที่ผู้บริโภคระดับกลางและล่างนิยม เนื่องจากภาวะค่าครองชีพสูงขึ้น
“สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ มีราคาถูกกว่า สินค้าที่มีแบรนด์ 20-30% เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าการตลาด ซึ่งผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ สินค้าส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งฝ่ายจัดซื้อสินค้าต่างประเทศในจีน เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าก่อนนำเข้ามาทำตลาดในไทย โดยสินค้ามีหลากหลายเช่น สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำ แบรนด์ โมย่า รวมไปถึงสินค้าประเภทโคมไฟและสายไฟ ที่มีหลายแบรนด์ ”
นอกจากนี้ สินค้าเฮ้าส์แบรนด์ยังมีอีกหลากหลายประเภท เช่น ผ้าม่าน ฉนวนกันความร้อน สีทาอาคาร เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทฯจะให้ความสำคัญมากขึ้นในการขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ในช่วงเริ่มทำลอง ซึ่งสร้างรายได้ 1-2 แสนบาทต่อเดือน
สำหรับในปีนี้บริษัทฯจะใช้งบลงทุนก่อสร้างสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเก่ารวม 2,000 ล้านบาท ในปีนี้จะเปิด 3 สาขาใหม่ ซึ่งเปิดไปแล้ว 1 สาขา ได้แก่ ร้อยเอ็ด ส่วนสาขาสุพรรณบุรีจะเปิดในเดือนก.ค. และจะเปิดสาขาลพบุรี เดือนก.ย. ทั้งหมดเป็นรูปแบบสแตนอโลน ล่าสุดบริษัทฯใช้งบจำนวน 110 ล้านบาท ในการปรับปรุงสาขาแฟชั่น ไฮส์แลนด์ และเตรียมจะปรับปรุงสาขาแจ้งวัฒนะในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้
นายณัฎฐ์ กล่าวว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าของบริษัทฯแบ่งเป็น ลูกค้าบ้านเก่า 65% อีก 35% เป็นลูกค้าบ้านใหม่ จากปีก่อนสัดส่วนลูกค้าบ้านเก่าอยู่ที่ 64% อีก 36% เป็นลูกค้าบ้านใหม่ โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังเป็นกล่มบ้านหลังเก่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีสมาชิกโฮมคาร์ด 6.5 แสนราย ซึ่งซื้อสินค้าประจำ(แอคทีฟ) จำนวน 30% ขณะที่ปีนี้บริษัทฯตั้งเป้าเติบโดด้านยอดขายไว้ 15% จากปีก่อนมียอดขายรวม 2.4 หมื่นล้านบาท







