
CSย้ำหุ้นไทยลงได้อีก
CS เผยหุ้นไทยราคานี้ยังไม่สะท้อนข่าวลบเพื่อไทยชนะเลือกตั้งเต็มที่ คงให้น้ำหนักที่ปกติ ด้านตลาดหลักทรัพย์คลอดดัชนี SETHD อิงหุ้นปันผลสูง 30 ตัว
CS เผยหุ้นไทยราคานี้ยังไม่สะท้อนข่าวลบเพื่อไทยชนะเลือกตั้งเต็มที่ คงให้น้ำหนักที่ปกติ ด้านตลาดหลักทรัพย์คลอดดัชนี SETHD อิงหุ้นปันผลสูง 30 ตัว
นายแดน ไฟน์แมน นักกลยุทธ์การตลาดหุ้นไทย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เครดิตสวิส ออกบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า ผลร้ายจากแนวโน้มผลการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทย คาดว่าจะได้คะแนนเสียงสูงสุดยังไม่สะท้อนผลลบต่อดัชนีทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม นับแต่ผลสำรวจของสำนักงานต่างๆ ออกมาตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวน้อยกว่าตลาดภูมิภาคเอเชียเพียง 1% ทั้งนี้เป็นไปตามน้ำหนักที่สะท้อนว่าเป็นราคาที่เหมาะสม ดังนั้นจึงยังให้น้ำหนักหุ้นไทยปกติ เพื่อรอดูผลการเลือกตั้งที่แท้จริงในสัปดาห์หน้า
“การออกบทวิเคราะห์นี้ออกมาซ้ำครั้งก่อนอีกครั้ง เพราะได้รับคำถามจากลูกค้าเข้ามาอย่างมากว่าดัชนีหุ้นที่ปรับตัวลดลงสะท้อน ผลลบจากการเลือกตั้งหรือยัง และเป็นระดับดัชนีที่สามารถเข้าซื้อได้หรือยัง และยังคงแนะให้รอ” นายไฟน์แมน กล่าว
ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ 1,030.31 จุด ลดลง 4.61 จุด หรือ 0.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 25,130 ล้านบาท โดยมีแรงขายหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) ทำให้ราคาหุ้นปิดที่ 151 บาท ลดลง 3 บาทและหุ้น ปตท. (PTT) ที่ปิด 334 บาท ลดลง 5 บาท
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยที่ดิ่งลงในช่วงบ่ายของวันที่ 15 มิ.ย. เกิดจากการที่มูดี้ส์ออกมาระบุว่าจะมีการทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในยุโรป จึงทำให้มีแรงเทขายหุ้นกลุ่มธนาคารออกมา
อย่างไรก็ตาม ในจังหวะนี้ยังให้นักลงทุนระมัดระวัง เพราะตลาดหุ้นยังคงผันผวนและแกว่งออกด้านข้าง และดัชนีมีแนวรับที่ 1,025 จุด และมีแนวต้านที่ 1,045-1,050 จุด
สำหรับกรณีที่มีข่าวในตลาดว่า CLSA ได้ออกบทวิเคราะห์ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ดัชนีหุ้นจะลดลง 200 จุด ว่า ยังไม่เห็นบทวิเคราะห์ดังกล่าว และมองว่าไม่น่าจะรุนแรงถึงขนาดนั้น เพราะหุ้นไทยยังมีพื้นฐานที่ดี
นางเกศรา มัญชุศรี ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้จัดทำดัชนี SET High Dividend 30 Index หรือ SETHD ดัชนีชุดใหม่ เพิ่มเติมจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในปัจจุบัน คือ SET Index, SET50 Index, SET100 Index, mai Index และดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจต่างๆ เพื่อให้มีดัชนีที่สะท้อนภาพรวมความเคลื่อนไหวราคาของหลักทรัพย์ในกลุ่มที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงและต่อเนื่องในตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้อ้างอิงกับผลตอบแทนการลงทุน และยังสามารถใช้เพื่อออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน หรืออ้างอิงกับการออกกองทุน
“เกณฑ์การคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนเพื่อคำนวณดัชนี SETHD นั้น คัดเลือกหลักทรัพย์จากดัชนี SET100 ที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่องตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีอัตราส่วนการจ่ายปันผลต่อกำไรสุทธิไม่เกิน 85% ในแต่ละปีของช่วงดังกล่าว ทั้งนี้บริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง 30 อันดับแรก จะถูกนำมาใช้เพื่อรวมคำนวณในดัชนี” นางเกศรา กล่าว
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์จะเริ่มเผยแพร่ค่าดัชนี SETHD ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. 2554 โดยใช้ราคาหลักทรัพย์ในวันที่ 30 มิ.ย. 2554 เป็นวันฐาน และดัชนีเริ่มต้นที่ 1,000 จุด คัดเลือกและทบทวนดัชนีปีละ 2 ครั้ง คือ เดือน มิ.ย. จะประกาศใช้สำหรับรอบครึ่งหลังของปี และเดือน ธ.ค. สำหรับหลักทรัพย์ที่ใช้ในครึ่งแรกของปีถัดไป ซึ่งเป็นไปตามรอบการคัดเลือกและการทบทวนดัชนี SET50 และ SET100
สำหรับรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนี SETHD ในครั้งนี้มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลโดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 2.85-12.86% โดยหลักทรัพย์ที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) และธนาคารเกียรตินาคิน (KK)







