posttoday
ธปท.ดันบสก.เข้าตลาดหุ้น

ธปท.ดันบสก.เข้าตลาดหุ้น

15 มิถุนายน 2554

เสริมเขี้ยวเล็บสางหนี้เน่ารัฐบาลถือหุ้นใหญ่ไว้70%

เสริมเขี้ยวเล็บสางหนี้เน่ารัฐบาลถือหุ้นใหญ่ไว้70%

ธปท.หนุน บสก.เข้าตลาดหุ้น ลุยธุรกิจบริหารหนี้เสีย แต่ให้มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ คาดกระจายหุ้นให้นักลงทุนแค่ 30%

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน กล่าวว่า กองทุนฟื้นฟูมีนโยบายสนับสนุนให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพร้อมทั้งทำการเพิ่มทุน เพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐในการดำเนินธุรกิจบริหารหนี้เสียของระบบสถาบันการเงินต่อไป

“ขณะนี้ บสก.อยู่ระหว่างการว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อศึกษาหาแนวทางที่ดีที่สุดในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น” นางทองอุไร กล่าว

นางทองอุไร กล่าวว่า สถาบันการเงินของประเทศไทยยังจำเป็นจะต้องมีบริษัทที่ทำธุรกิจบริหารหนี้เสีย หรือ Bad Bank เพื่อเป็นหนึ่งในเครื่องมือหรือเป็นกลไกในการสร้างเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน เพราะสถาบันการเงินไม่ควรถือครองทรัพย์สินจากการประกอบธุรกิจไว้จำนวนมาก แต่ควรทำหน้าที่ในการเป็นท่อส่งผ่านด้านการเงิน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุชัดเจนว่า บสก.จะเข้าตลาดหุ้นได้เมื่อไร และยังไม่ได้กำหนดว่าจะกระจายหุ้นให้กับนักลงทุนในสัดส่วนเท่าใด แต่คาดว่าน่าจะไม่เกิน 30% เพราะรัฐต้องการถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 70% เพื่อให้ บสก.ยังเป็นรัฐวิสาหกิจต่อไป แม้จะเข้าตลาดหุ้นแล้วก็ตาม และถึงแม้กองทุนฟื้นฟูจะต้องปิดตัวลง กระทรวงการคลังก็จะทำหน้าที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บสก.ต่อไป

“ในต่างประเทศหลายแห่งให้ความสำคัญกับการมีบริษัทบริหารหนี้เสีย ซึ่งรัฐบาลจีนก็อยู่ระหว่างผลักดันให้บริษัทบริหารหนี้เสีย ชื่อ ซินด้า เข้าตลาดหุ้นจีนด้วย” นางทองอุไร กล่าว

ทั้งนี้ แนวโน้มธุรกิจรับบริหารหนี้เสียในระยะต่อไปยังมีโอกาสที่ดี เพราะเมื่อธนาคารพาณิชย์มีหนี้เสียเกิดขึ้น ก็ต้องการที่จะขายหนี้เสียออกไป เพราะไม่ต้องแบกรับภาระสินทรัพย์เสี่ยงและการตั้งสำรองหนี้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายการติดตามหนี้เสียซึ่งจะส่งผลต่อการดำรงเงินกองทุน

นอกจากนี้ บสก.ยังมีช่องทางที่จะรับซื้อหนี้เสียที่อยู่ในกรมบังคับคดีมาบริหารจัดการได้

ปัจจุบันสินทรัพย์หรือหนี้เสียของประเทศไทยมีหน่วยงานของรัฐบริหารจัดการอยู่ 2 แห่ง คือ บสก. มีหนี้เสียที่อยู่ในความดูแล 2.34 แสนล้านบาท และมีทรัพย์สินรอการขายอยู่ร่วม 3.7 หมื่นล้านบาท และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท บริหารหนี้เสียอยู่ 2 แสนล้านบาท และยังมีสินทรัพย์ที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยจำเป็นต้องขายหลังการรอรับการชำระบัญชีอีก 1.6 แสนล้านบาท และมีสินทรัพย์ของกรมบังคับคดีที่อยู่ระหว่างการบังคับคดีขายทอดตลาดอีกกว่า 2 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บสก.สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2553 มีกำไร 2,602 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่มีกำไร 2,440 ล้านบาท ประมาณ 10% มีรายได้จากการขายที่ดินเปล่า บ้านที่อยู่อาศัย และการปรับโครงสร้างหนี้รวม 1.28 หมื่นล้านบาท เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 8%

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท