
คลังส่งครม.ชี้ขาดเบี้ยประกันพืชผล
ชง ครม.ชี้ชะตารับประกันภัยพืชผลเป็น 2 ช่วง เสียหาย 60 วันแรก จ่าย 1,212 บาท พ้นจากนั้นจ่าย 2,006 บาท
ชง ครม.ชี้ชะตารับประกันภัยพืชผลเป็น 2 ช่วง เสียหาย 60 วันแรก จ่าย 1,212 บาท พ้นจากนั้นจ่าย 2,006 บาท
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณารับทราบรายละเอียดการจ่ายเงินชดเชยโครงการประกันภัยพืชผลที่จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกตั้งแต่ 60 วันแรกเริ่มเพาะปลูก หากเสียหายจะรับเงินชดเชยจากรัฐไร่ละ 606 บาท และจากบริษัทประกันภัยอีก 606 บาท รวม 1,212 บาท
ช่วงที่สอง ตั้งแต่วันที่ 61 ไปจนถึงก่อนเวลาเก็บเกี่ยว บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินชดเชยให้ไร่ละ 1,400 บาท และเงินชดเชยของรัฐอีก 606 บาท รวม 2,006 บาท
สำหรับเบี้ยประกันภัยเมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์จะอยู่ที่ไร่ละ 129.47 บาท แต่รัฐจะจ่ายสมทบให้ไร่ละ 69.47 บาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายสมทบให้อีกไร่ละ 60 บาท เกษตรกรจึงจ่ายแค่ไร่ละ 50 บาท
“การที่รัฐจ่ายชดเชยให้เกษตรกรไร่ละ 606 บาท เทียบได้กับ 25% ของต้นทุนเกษตรกร เมื่อรวมกับบริษัทประกันภัยจ่ายอีก 606 บาท ก็จะตก 50% ของต้นทุน จึงเชื่อว่าเกษตรกรจะสนใจเข้าโครงการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร เพราะจ่ายเบี้ยเพียงไร่ละ 50 บาทเท่านั้น” นายนริศ กล่าว
ทั้งนี้ เกษตรกรที่ซื้อประกันภัยพืชผลจะได้รับความคุ้มครองภัย 6 ประเภท คือ อุทกภัย ฝนทิ้งช่วง ลมพายุ อากาศหนาว ลูกเห็บ และอัคคีภัย แต่ไม่รวมภัยจากโรคระบาดและศัตรูพืช
นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่รู้รายละเอียดการประกันภัยพืชผล และการจ่ายเงินชดเชยแค่ 1,212-2,006 บาท ถือว่าต่ำกว่าต้นทุนการทำนาที่ตกไร่ละ 6,000-7,000 บาท







