posttoday
ถามหาบทบาทกระทรวงไอซีที

ถามหาบทบาทกระทรวงไอซีที

10 กุมภาพันธ์ 2553

 

 

...พรหมเมศร์

ได้ยินว่ากรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะต่ออายุโครงการส่งเสริมศักยภาพเอสเอ็มอีไทย โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ พูดง่ายๆ คือ การนำไอซีทีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การแข่งขันให้กับเอสเอ็มอีไทย มีการนำระบบคลาวด์คอมพิวติ้งมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนระบบ และลดรายจ่ายจากการทำงาน และประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน พิสูจน์จากการขยายโครงการ ทั้งยังมีเอสเอ็มอี และผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ เตรียมเข้าร่วมอีกจำนวนมาก รู้แบบนี้แล้วอดชื่นใจแทนไม่ได้

พอถามถึงหน่วยงานที่เข้ามามีบทบาทแล้ว นอกจากกรมส่งเสริมอุตฯ ยังมีเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือซอฟต์แวร์พาร์ค, บริษัท ทีโอที และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็รู้สึกอึดอัดใจขึ้นมานิดนึงว่า ถ้าไม่นับ ทีโอทีที่เข้ามาวางระบบศูนย์ข้อมูลให้แล้ว กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กลับไม่มีส่วนร่วมในโครงการนี้ ทั้งที่เป็นงานรับผิดชอบโดยตรง

พอสอบถามไปยังกระทรวงไอซีที นอกจาก ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เจ้ากระทรวงที่เดินทางไปดูงานต่างประเทศเป็นประจำ เพื่อศึกษาทิศทางการพัฒนาความก้าวหน้าด้านไอซีทีของประเทศอื่นแล้ว ก็มีเพียงงานพัฒนา ศูนย์ไอซีทีชุมชน ที่เตรียมใช้งบไทยเข้มแข็ง ลงเพิ่มอีก 2,000 แห่ง เป็นงบประมาณ 1,400 ล้านบาท ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการใช้จริงๆ หรือไม่

เดิมไอซีที วางงบประมาณศูนย์ไอซีทีชุมชน ไว้กว่า 340 ล้านบาท เพื่อลงเพิ่มกว่า 600 แห่งเท่านั้น

พอมองไปรอบๆ ประเทศ เห็นเกาหลีใต้ที่กำหนดให้ไอซีทีเป็นนโยบายแห่งชาติ มาเลเซีย ที่จัดตั้งเมืองด้านดิจิตอลเพื่องานด้านนี้โดยเฉพาะ สิงคโปร์ที่มีสัญญาณไวไฟให้ใช้ทั้งประเทศ หรือญี่ปุ่น ที่มีไฟเบอร์ทูเดอะโฮมเข้าถึงทุกบ้าน ทำให้เริ่มรู้สึกว่า ทำไมประเทศไทยไม่มีนโยบายไอซีทีแห่งชาติบ้าง ทำไมเราถึงให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้น้อยกว่าคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่เห็นกันชัดแล้วว่า เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ นอกเสียจากว่าประเทศไทยยังมองประเด็นไม่ออก

ตอนนี้กระทรวงไอซีที เป็นเพียงกระทรวงเกรดบี (หรืออาจต่ำกว่านั้น) เพราะมีหน้าที่เพียงดูแลแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ตามปิดกั้นและแก้ปัญหาเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม สะสางปัญหาความขัดแย้งระหว่างทีโอที กสท และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ทั้งที่ความจริงแล้ว ไอซีทีควรเป็นกระทรวงที่มีปากเสียง หรือพลังในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย โดยเฉพาะการกำหนดเป้าหมายของประเทศที่จะมุ่งไปในอนาคต

ผลงานของกรมส่งเสริมอุตฯ ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า อาจไม่จำเป็นต้องมีกระทรวงไอซีทีเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็สามารถร่วมมือและดึงเอาระบบซอฟต์แวร์และไอทีมาใช้อย่างได้ผล และยังเตรียมต่อยอดในวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

ผลงานดังกล่าว ถ้าจะสะท้อนภาพให้กว้างขึ้น ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงไอซีที แต่หมายถึงรัฐบาล หรือตัวนายกรัฐมนตรีที่ต้องให้ความสำคัญกับไอซีทีมากขึ้น นี่ไม่ใช่แค่การจะมีโครงข่ายและบริการ 3จี แต่เป็นเรื่องของความกล้า ในเมื่อเกาหลีใช้เวลา 10 ปีขึ้นเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์อันดับ 1ของโลกได้

บางทีประเทศไทยน่าจะขึ้นเป็นผู้นำไอซีทีด้านใดด้านหนึ่ง เช่น บริการเอาต์ซอร์สระบบไอที ซอฟต์แวร์ ซึ่งรัฐบาลต้องประกาศจุดยืนชัดเจนให้ต่างประเทศรับรู้ ชนิดที่ว่า ต่อไปหากนึกถึงเรื่องนี้ ชื่อแรกที่ปรากฏขึ้นมาต้องเป็น “ประเทศไทย”นี่สิถึงจะเรียกว่าเห็นผลงาน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ