
อึ้งบัตรรูดไม่ปรื๊ด
ยอดลดสวนเทศกาลท่องเที่ยวกดเงินสด-ใช้ในประเทศทรุด
ยอดลดสวนเทศกาลท่องเที่ยวกดเงินสด-ใช้ในประเทศทรุด
ธปท. แปลกใจ คนไทยประหยัดงดรูดปรื้ด ยอดใช้จ่ายเม.ย.วูบรวดเดียว 6,921 ล้านบาท แต่ช็อปเมืองนอกกระจาย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานยอดการให้บริการบัตรเครดิตในเดือน เม.ย. อยู่ที่ 9.14 หมื่นล้านบาท ลดลงถึง 11.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และลดลงต่อเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นความต้องการใช้บัตรเครดิตที่ลดลง โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่ต้องการก่อหนี้เพิ่มขึ้น และอีกส่วนคือ วงเงินบัตรเครดิตเต็ม ทำให้ใช้จ่ายเพิ่มอีกไม่ได้
ทั้งนี้ ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีบัตรเครดิตที่ประชาชนถืออยู่ทั้งสิ้น 14.46 ล้านใบ เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค. 1.49 แสนใบ เพิ่มขึ้นเพียง 2.59% มียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทั้งสิ้น 9.14 หมื่นล้านบาทลดจากเดือนก่อน 6,921 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในประเทศพบว่า มีมูลค่า 6.81 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 7,414 ล้านบาท หรือลดลง 17.4%
ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายบัตรเครดิตในต่างประเทศกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายถึง 5,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าถึง 1,264 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 64.1% เนื่องจากค่าเงินบาทในช่วงเดือน เม.ย. แข็งค่าและเป็นช่วงวันหยุดในเทศกาลสงกรานต์ ทำให้มีคนไทยไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายในต่างประเทศจำนวนมาก
ด้านปริมาณการเบิกเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิตของลูกค้าเพื่อนำไปใช้จ่ายพบว่า มีมูลค่าทั้งสิ้น 1.77 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อน 771 ล้านบาท
ทั้งนี้ การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ลดลงทำให้ยอดสินเชื่อบัตรเครดิตมีแนวโน้มชะลอตัวลงด้วย โดยสิ้นเดือน เม.ย. ยอดสินเชื่อบัตรเครดิตคงค้างมีแค่ 1.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 4,525 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากเทียบตัวเลขบัตรเครดิตในเดือน เม.ย. 2554 เทียบกับเดือน เม.ย. 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดง จนทำให้ประชาชนชะลอการใช้จ่าย พบว่า เดือน เม.ย.ปีนี้มียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นจากช่วงดังกล่าวจำนวนมาก โดยเดือน เม.ย.ปีนี้ ประชาชนใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นถึง 1.08 หมื่นล้านบาท จาก 8.06 หมื่นล้านบาท ในเดือน เม.ย.ปีก่อน
ธปท.ตั้งข้อสังเกตว่า ปกติยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรในช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลวันสงกรานต์มีวันหยุดราชการหลายวันควรมีการใช้จ่ายสูงขึ้น แต่ในปีนี้ทำไมการใช้จ่ายโดยรวม โดยเฉพาะการใช้จ่ายในประเทศกลับมีการใช้จ่ายน้อยลง ตรงกันข้ามกับการใช้จ่ายในต่างประเทศกลับเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเริ่มมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายจากภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ หากเทียบการใช้จ่ายผ่านบัตรในเดือน เม.ย.ปีนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนจะพบว่า ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรโดยรวมยังเพิ่มขึ้น 1.08 หมื่นล้านบาท หรือ 13.43% จาก 8.06 หมื่นล้านบาท ในเดือนเม.ย.ปีก่อน เพิ่มเป็น 9.14 หมื่นล้านบาท ในเดือน เม.ย.ปีนี้
นอกจากนี้ ธปท.ยังรายงานยอดการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลงวดเดือน เม.ย.ปีนี้ว่า มีลูกค้ามาใช้บัญชีสินเชื่อมียอดรวมทั้งสิ้น 8.48 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 2.27 หมื่นบัญชีคิดเป็น 0.27% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยสินเชื่อบุคคลรายย่อยมียอดคงค้างทั้งสิ้น 1.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,320 ล้านบาท
นายวรวุฒิ นิสภกุลธร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย (เคทีซี) กล่าวว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโดยรวมของเคทีซีในเดือน เม.ย. ก็ลดลง 5% เมื่อเทียบจากเดือน มี.ค. ถือเป็นเรื่องผิดปกติแต่ยอดใช้จ่ายเดือน พ.ค. กลับมาเพิ่มขึ้นจึงไม่น่าเป็นห่วง
“เราก็เอะใจเหมือนกัน แต่ยังไม่เห็นสาเหตุที่ชัดเจน ส่วนหนึ่งคาด ว่าเป็นเพราะภาพใหญ่ของประเทศ เงินเฟ้อ ของแพง คนจึงไม่มั่นใจจับจ่ายใช้สอย” นายวรวุฒิ กล่าว
นายวรวุฒิ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นช่วงสั้น เพราะยอดใช้จ่ายเดือนพ.ค.กลับมาเพิ่มขึ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าที่แพงขึ้น ได้ส่งผลกระทบด้านความรู้สึกในการจับจ่ายใช้สอย ทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าซื้อของชิ้นใหญ่ แต่สินค้าอุปโภค บริโภคทั่วไปยังต้องจับจ่ายเหมือนเดิม เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ทำให้ปริมาณไม่ลดลงมากนัก







