
กนอ.ร่วมวงจองที่ทวาย
สนใจเช่ารองรับอุตฯ 2 หมื่นไร่เอกชนห่วงพม่ายังถูกคว่ำบาตร
สนใจเช่ารองรับอุตฯ 2 หมื่นไร่เอกชนห่วงพม่ายังถูกคว่ำบาตร
กนอ.สนใจทวาย เตรียมศึกษากฎหมาย หวังเช่าพื้นที่ 2 หมื่นไร่ใช้ประโยชน์ รอความชัดเจนนโยบายรัฐ
นายประสาน ตันประเสริฐ ประธานคณะกรรมการบริหารการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) เปิดเผยว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้เข้ามาชี้แจงโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย และนิคมอุตสาหกรรม พื้นที่ 2 แสนไร่ที่พม่ากับ กนอ.แล้ว
กนอ.สนใจที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่เช่นเดียวกัน เนื่องจากการพัฒนาในพื้นที่มาบตาพุดของ กนอ.ระยะยาวคงจะรองรับอุตสาหกรรมหนักได้จำกัด และพื้นที่อื่นๆ ยังคงถูกต่อต้าน ทวายจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง
กนอ.อาจจะเช่าพื้นที่ประมาณ 2 หมื่นไร่ หรือเท่ากับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด แล้วให้เอกชนเช่าต่อเพื่อบริหารจัดการ โดยที่รัฐบาลจะสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
“ต้องไปศึกษากฎหมายเรื่องที่ดินให้ละเอียดว่าจะเป็นรูปแบบให้เช่าระยะยาวได้หรือไม่ ดูข้อดีและข้อเสียอื่นๆ โดยเฉพาะความมั่นคงการเมืองของพม่า แต่ถ้าหากมองวันนี้ส่วนตัวเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี มีพื้นที่มากกว่ามาบตาพุดถึง 10 เท่า อยู่ฝั่งอันดามัน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเหล็กของไทยที่หาพื้นที่ลงยากก็อาจจะมองจุดนี้เป็นทางเลือกได้” นายประสาน กล่าว
นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นิคมฯ ทวายเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เป็นทางเลือกการลงทุน แต่ขณะนี้ผู้ที่แสดงความสนใจจะลงทุนโรงถลุงเหล็กคุณภาพสูงที่ไทย 4 รายได้แก่ นิปปอนสตีล เจเอฟอีสตีล อาร์ซิลอว์ มิทเทิล และบาวสตีล ยังไม่ได้แสดงว่าจะย้ายไปยังทวายแต่อย่างใด
ล่าสุดที่หารือกับผู้บริหารทางนิปปอนสตีลและเจเอฟอีสตีลเองก็มองลักษณะที่คล้ายกัน 2 ประเด็นคือ 1.พม่าถูกคว่ำบาตรทางการค้าอาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออก และ 2.ระบบการขนส่ง (โลจิสติกส์) ที่จะเชื่อมกับไทยซึ่งเป็นแหล่งใช้เหล็กในประเทศมาก ยังไม่ดีนักเว้นแต่จะมีระบบรางเข้ามาช่วยก็จะทำให้ดูน่าสนใจขึ้น
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นิคมฯ ทวายเป็นโครงการระยะยาว 5-10 ปี ที่จะเป็นทางเลือกการลงทุน แต่ในระยะสั้นรัฐบาลใหม่ควรจะเข้ามาเร่งสร้างนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่มีอยู่ให้สามารถพัฒนาศักยภาพให้เต็มที่ก่อน
โดยเฉพาะการลดมลพิษและการอยู่ร่วมกับชุมชน หากการลงทุนอยู่ที่ไทยได้จะเป็นเรื่องที่ดีกว่าทั้งในแง่ของการจ้างงาน เพราะกว่าทวายจะพัฒนาเสร็จคงจะต้องใช้อีกเวลานาน







