
ระเบิดกู้โอ/ดีไม่มีหลักประกัน
ตลาดสินเชื่อเอสเอ็มอีของระบบธนาคารพาณิชย์ร้อนฉ่าขึ้นมาทันที เมื่อธนาคารทหารไทยเปิดแคมเปญขย่มด้วยการปล่อยสินเชื่อโอ/ดี แบบไม่มีหลักประกันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ขาดเงินทุนหมุนเวียน
แถมกำหนดวงเงินให้สูงสุดถึง 10 ล้านบาท และสามารถรับเงินไปใช้ภายใน 9 วัน
สยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจขนาดกลางและย่อม ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า สินเชื่อ
“โอ/ดี ไม่ต้องใช้หลักประกัน” ที่ให้วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท เป็นการเปิดท่อเงินช่วยเอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกิน 50 ล้านบาทไม่เฉพาะกวาดลูกค้าใหม่ แต่ถือเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่เปิดวงเงินโดยมีหลักประกันกับธนาคารอื่น แต่หลักประกันไม่พอ ขาดเงินทุนหมุนเวียน มาลองใช้โอ/ดีกับทหารไทย
ธนาคารทหารไทยคิดสะระตะแล้วประเมินว่า ความเสี่ยงของการปล่อยสินเชื่อโอ/ดี แบบไม่มีหลักประกันชุดนี้ตามปกติแล้วน่าจะอยู่ที่ 8%
แต่เนื่องจากโครงการนี้อยู่ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่จะเข้ามารับความเสี่ยงกับธนาคารพาณิชย์คนละครึ่ง จึงคาดว่าจะมีหนี้เสียไม่น่าจะเกิน 4% ซึ่งต่ำกว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีทั่วไปที่มีหนี้เสียเฉลี่ย 5%
การทุ่มหมดหน้าตักกวาดลูกค้าครานี้เมื่อดีดลูกคิดรางแก้วแล้ว จึงได้มากกว่าเสีย
สำหรับอัตราดอกเบี้ย แม้จะสูงกว่าโอ/ดีแบบมีหลักประกันของตลาดอยู่ 23% แต่ถ้าพิจารณาจากช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินของนักธุรกิจรายย่อยทั่วไปแล้ว จะเห็นว่าต่ำกว่าสินเชื่อบุคคลอยู่ 12%
ดอกเบี้ยที่ธนาคารทหารไทยคิดจากลูกค้านั้นขึ้นกับวงเงิน กรณีกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 15% (MOR+8.5%)
หากวงเงินกู้ 35 ล้านบาท จะคิดดอกเบี้ย 13% (MOR+6.5%) ใครต้องการวงเงินกู้ 510 ล้านบาท จะคิดดอกเบี้ยต่ำแค่ 11% (MOR+4.5%)
เรียกว่ายิ่งกู้เงินมาใช้หมุนเวียนมาก ดอกเบี้ยจะถูกลง
สยามแย้มไต๋ออกมาว่า ในเบื้องต้นธนาคารอยากให้ลูกค้าที่แม้จะมีวงเงินกู้กับธนาคารพาณิชย์รายอื่นหันมาลองใช้โอ/ดีของธนาคารทหารไทยดู เผื่อจะเปลี่ยนใจ
ปีแรกธนาคารทหารไทยตั้งเป้าสินเชื่อไว้ไม่มากแค่ 4,000 ล้านบาท เพราะเป็นการนำร่องเชื้อเชิญ แต่ในปี 2554 เป็นต้นไป ปักธงจะพยายามดึงให้ลูกค้าธนาคารอื่นหันมารีไฟแนนซ์
“
เราอยากสลัดภาพที่ลูกค้ามองว่าแบงก์เป็นโรงรับจำนำออกไป ถ้าติดปัญหาไม่ต้องไปกู้นอกระบบ เปิดโอ/ดีไว้ ไม่ใช้ก็ไม่เสียดอกเบี้ย ดีกว่าไปกู้สินเชื่อบุคคลผ่อนชำระเป็นงวดแล้วต้องเสียดอกเบี้ยทันที” สยาม กล่าวปฏิบัติการแรงแซงหน้าธนาคารอื่นๆ ของทหารไทยคราวนี้ถือว่าไม่ธรรมดา ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งถือเป็นเบอร์ 1 ในการปล่อยกู้เอสเอ็มอีก็ออกหมัดชุดมาสู้ โดยบอกว่าธนาคารจะต้องพยายามดูแลลูกค้าให้มีวงเงินเพียงพอ
ขณะเดียวกันกสิกรไทยก็ได้ออก
“บริการสินเชื่อ SME เลือกได้” เปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบการผ่อนชำระ อัตราดอกเบี้ย และการแปลงเงินส่วนที่ผ่อนชำระแล้ว เป็นวงเงินหมุนเวียนได้ เพิ่มทางเลือกให้กับธุรกิจ มาอุดช่องว่างสินเชื่อนี้ผู้ประกอบการสามารถเลือกรูปแบบ การเลือกรูปแบบการผ่อนชำระเงินกู้ ว่าจะเลือกผ่อนชำระเท่ากันทุกงวดเป็นเวลา 5 ปี หรือเลือกผ่อนชำระขั้นต่ำ 60% ของยอดผ่อนชำระต่อเดือน ในช่วง 18 เดือนแรก
และผู้ที่ผ่อนชำระแล้ว 3 เดือนขึ้นไป ก็สามารถแปลงเงินที่ผ่อนชำระแล้ว มาเป็นวงเงินโอ/ดี สำหรับใช้หมุนเวียนทางธุรกิจได้
ผู้ใช้บริการสินเชื่อ SME เลือกได้ จะทราบผลการอนุมัติภายใน 3 วัน และรับเงินภายใน 7 วัน โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปีจะมีผู้ใช้บริการ 1,000 ราย วงเงินสินเชื่อรวม 3,000 ล้านบาท
ตลาดสินเชื่อที่ปิดตัวเงียบมากว่า 1 ปี โดยที่ธนาคารพาณิชย์ต่างแห่กันกวาดแต่ลูกค้าดีมาซุกใต้ปีก ส่วนลูกค้าที่สุ่มเสี่ยงก็ตัวใครตัวมันกำลังเปิดกว้างแล้ว
ใครต้องการเงินไปหมุน เชิญ







