
การบินไทยเล็งเพิ่มเครื่องบิน37ลำ
คณะกรรมการบินไทยมีมติอนุมัติจัดหาเครื่องบินเพิ่ม 37 ลำ มูลค่า 1.1 แสนล้าน
คณะกรรมการบินไทยมีมติอนุมัติจัดหาเครื่องบินเพิ่ม 37 ลำ มูลค่า 1.1 แสนล้าน
คณะกรรมการการบินไทย (THAI) มีมติอนุมัติให้บริษัทฯดำเนินการจัดหาเครื่องบิน จำนวน 37 ลำ สำหรับปี 2554-2560 มูลค่ารวมประมาณ 118,604 ล้านบาท
บริษัทจะจัดซื้อจำนวน 15 ลำ มูลค่ารวมประมาณ 49,537 ล้านบาท และ การเช่าดำเนินงานจำนวน 22 ลำ มูลค่ารวมประมาณ 69,067 ล้านบาท (ณ เดือนมิ.ย.2554) เพื่อใช้บินในเส้นทางข้ามทวีป เส้นทางภูมิภาค เส้นทางภูมิภาคระยะใกล้ และเส้นทางภายในประเทศ
ส่วนจัดหาโดยการซื้อจำนวน 15 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน B777-300ER จำนวน 6 ลำ กับ The Boeing Company กำหนดส่งมอบปี 2557 และ 2558, เครื่องบิน A350-900 จำนวน 4 ลำ กับบริษัท Airbus S.A.S. กำหนดส่งมอบ ปี 2559 และ 2560 และ เครื่องบิน A320-200 จำนวน 5 ลำ กับบริษัท Airbus S.A.S. กำหนดส่งมอบปี 2557 และ 2558
สำหรับการจัดหาโดยการเช่าดำเนินงาน จำนวน 22 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน B787-8 จำนวน 6 ลำ สัญญาเช่า 12 ปี กำหนดส่งมอบในปี 2557 และ 2558 , เครื่องบิน B787-9 จำนวน 2 ลำ สัญญาเช่า 12 ปี กำหนดส่งมอบในปี 2560 ทั้งสองรุ่นทำสัญญากับ กับ International Lease Finance Corporation (ILFC)
เครื่องบิน A350-900 จำนวน 6 ลำ สัญญาเช่า 12 ปี กับ Aviation Lease and Finance company (K.S.C.) กำหนดส่งมอบปี 2560 , เครื่องบิน A350-900 จำนวน 2 ลำ สัญญาเช่า 12 ปี ทำสัญญากับ CIT Aerospace International (CIT) กำหนดส่งมอบปี 2559 , เครื่องบิน A320-200 จำนวน 6 ลำ สัญญาเช่า 12 ปี ทำสัญญากับ RBS Aerospace Limited (RBSAL) กำหนดส่งมอบในปี 2555-2556
ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนบริษัทจะใช้เงินกู้และ/หรือ เงินทุนหมุนเวียนของบริษัท เพื่อชำระค่าเช่าและค่าเครื่องบิน
"จัดหาเครื่องบินปี 2554-2560 จะทำให้บริษัทฯมีการพัฒนาฝูงบินที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมการบิน สามารถพัฒนาฝูงบินในระยะยาวเพื่อสนับสนุนแผนการตลาดเชิงรุก โดยการขยายเครือข่ายการบินไห้เติบโตยิ่งขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้ และการจัดหาฝูงบินใหม่เพื่อทดแทนเครื่องบินเก่าที่ต้องปลดระวางจะทำให้ประหยัดน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงเนื่องจากเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ทำด้วยวัสดุผสม ซึ่งมีน้ำหนักเบาและไม่เป็นสนิม อีกทั้งจะช่วยลดค่าชดเชยในเรื่องของคาร์บอนเครดิตในน่านฟ้ายุโรป ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ 2555 และด้วยผลิตภัณฑ์ภายในเครื่องบินที่มีความทันสมัยและให้ความสะดวกสบายสูง"
บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างกำไรได้สูงขึ้นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมีสถานะการเงินที่มั่นคงสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาด พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างบริษัทให้เป็นสายการบินชั้นนำหนึ่งในสามของภูมิภาคเอเชีย และหนึ่งในห้าของโลก ทั้งด้านคุณภาพและประสิทธิภาพการบริการ







