posttoday
ต่างชาติแหยงการเมืองดุชิงบอมบ์หุ้นเฉียด 1.8 หมื่นล้าน

ต่างชาติแหยงการเมืองดุชิงบอมบ์หุ้นเฉียด 1.8 หมื่นล้าน

12 มิถุนายน 2554

สัปดาห์นี้ ข่าวการเงิน การลงทุนที่ได้รับความสนใจสูงที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องนักลงทุนต่างชาติรุมยำตลาดหุ้นไทย

สัปดาห์นี้ ข่าวการเงิน การลงทุนที่ได้รับความสนใจสูงที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องนักลงทุนต่างชาติรุมยำตลาดหุ้นไทย

ขนหุ้นออกมากระหน่ำขายทั้งสิ้น 17,659 ล้านบาท กดดันให้ดัชนีหุ้นดิ่งลงแรงหลุด 1,000 จุด ไปอย่างง่ายดาย แต่เมื่อลงไปถึงจุดต่ำสุดแถว 998 จุด ก็มีแรงไล่ซื้อหุ้นตัวใหญ่คืน ตีดัชนีกลับมาเป็นบวก 2 จุดได้ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. และวันรุ่งขึ้นยังมีแรงซื้อต่อเนื่องดันดัชนีเพิ่มขึ้นอีก 3 จุด รวมทั้งสัปดาห์ดัชนีลดลง 3.54% หรือ 37.49 จุด ปิดที่ระดับ 1,020 จุด ซึ่งปรับตัวลงแรงที่สุดในเอเชีย แต่ถือว่าตลาดหุ้นที่ฟื้นขึ้นมาได้ช่วยทำให้ตลาดผ่านพ้นวิกฤตไปได้รอบนี้

ต่างชาติแหยงการเมืองดุชิงบอมบ์หุ้นเฉียด 1.8 หมื่นล้าน

สาเหตุที่นักลงทุนต่างชาติตัดสินใจเทกระจาดหุ้นออกมาหนักๆ วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากได้รับคำแนะนำจากบริษัทหลักทรัพย์ โกลด์แมน แซคส์ โบรกเกอร์ฝั่งสหรัฐให้ลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะมองการเมืองเป็นความเสี่ยง ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ พรรคการเมืองใดจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงปัญหาเงินเฟ้อสูงท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัวลงเช่นเดียวกับเศรษฐกิจสหรัฐ

ปัจจุบันโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ประกาศลดน้ำหนักหุ้นไทยแล้วมีทั้งสิ้น 5 แห่ง รายล่าสุดคือ บริษัทหลักทรัพย์ ยูบีเอส ออกบทวิจัยมาต่อจากมอร์แกน สแตนเลย์ เจ.พี.มอร์แกน โกลด์แมน แซคส์ เครดิต สวิส ขณะนี้ยังขาดเพียงซีแอลเอสเอ

ตปท.ทิ้งหุ้นตราสารหนี้ 7.4 หมื่นล.

ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยนางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน กล่าวว่า ในช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ต่างชาติมีการขายหุ้นและตราสารหนี้รวมแล้วประมาณ 7.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการขายพันธบัตร 5.7 หมื่นล้านบาท และขายหุ้น 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นแรงกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง

“เราเข้าใจว่านักลงทุนต่างชาติเขาคงกังวลการเมือง หลังการเลือกตั้งอาจจะไม่นิ่ง ไม่ชัดเจน จึงมีการขายเพื่อออกไปตั้งหลักรอดูสถานการณ์ก่อน แต่นำเงินออกไปกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

ราคาทองนิวไฮ

ในภาวะหุ้นปรับตัวลงทั่วโลก จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงมากกว่าที่คาด มีผลให้เงินเฮโลเข้าไปลงทุนในทองคำต่อเนื่อง ทำให้ราคาทองซื้อขายล่วงหน้าขยับขึ้นต่อเนื่อง และส่งผลให้ราคาขายในประเทศทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทองคำแท่งรับซื้อคืนบาทละ 22,100 บาท ขายออก 22,200 บาท และคาดว่าราคายังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง

ปิด 2 บริษัทประกัน

นอกจากนี้ ข่าวดังในแวดวงประกันในสัปดาห์นี้ก็คือ เรื่องคำสั่งปิดบริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย และบริษัท วิคเตอรี ประกันภัย (ประเทศไทย) หลังจากกระทรวงการคลังและคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ให้เวลาในการทำแผนฟื้นฟูกิจการนานแล้ว แต่ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ จึงต้องเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การปิดบริษัทประกัน 2 แห่ง นั้นจะไม่กระทบกับลูกค้า เพราะ คปภ.จะหาบริษัทอื่นเข้ามารับช่วงต่อและลูกค้าส่วนใหญ่เป็นประกันวินาศภัยที่ชำระค่าเบี้ยปีต่อปี

แบงก์แห่ขึ้นดอกเบี้ยทั้งสองขา

ส่วนการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์พี) ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธปท.อีก 0.25% เป็น 3% เมื่อสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยตามทั้งเงินฝากและเงินกู้ยืม อาทิ ธนาคารทิสโก้ ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำและตั๋วแลกเงินอีก 0.10.3% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์ยังแข่งขันระดมเงินฝากอย่างดุเดือด จ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นพิเศษ สำหรับเงินฝากในชื่อต่างๆ เพื่อต้องการดึงลูกค้ามาฝากเงินในดอกเบี้ยที่สูงกว่าปัจจุบัน แต่อาจจะน้อยกว่าดอกเบี้ยที่อนาคต ซึ่งตลาดคาดว่า กนง.จะขยับขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อชะลออัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

ราคาที่ดินพุ่ง 18%

นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ราคาประเมินที่ดินใหม่ที่จะประกาศใช้ในการทำนิติกรรมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 25551 ม.ค. 2559 ในเบื้องต้นประมาณการว่าราคาประเมินที่ดินทั้งประเทศจะปรับเพิ่มขึ้น 10-18% แต่ที่ดินในกรุงเทพฯ ปรับตัวขึ้นสูงอย่างมาก โดยเฉพาะที่ดินที่ติดหรือใกล้เคียงกับแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าจะมีราคาประเมินสูงขึ้นถึง 30-50% เพราะราคาที่ใช้ในปัจจุบันนั้นมีการประเมินเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

ราคาประเมินที่ดินในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในที่ปรับเพิ่มขึ้นมาก ได้แก่ ที่ดินบริเวณถนนสุขุมวิท มีราคาประเมินเพิ่ม 1.55 แสนบาท/ตร.ว. เพิ่มขึ้น 30-40% เพราะเป็นที่ต้องการของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ขณะที่ที่ดินในต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต หัวหิน และพัทยา ก็มีการปรับราคาประเมินเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

รอรัฐบาลใหม่ลดถือหุ้นรสก.4 แห่ง

ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและ สคร. เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่พิจารณาลดการถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจ (รสก.) 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท การบินไทย (THAI) ที่ถือ 51.03% บริษัท อสมท (MCOT) ถือ 65.80% บริษัท ปตท. (PTT) ถือ 51.24% และธนาคารกรุงไทย (KTB) ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถืออยู่สัดส่วน 55.15% เพื่อให้เป็นไปตามมติ ครม. และให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาตลาดทุนไทยด้วย  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท