
ทีโอที ลุ้นเปิดให้ได้ก่อนสิ้นปี
อานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที
อานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที
กล่าวว่า ทีโอทีได้ประกาศเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทีโอที 3จี ทั่วประเทศ ด้วยเทคโนโลยี 3.9จี ซึ่งมีความเร็วสูงสุด 42 เมกะบิตต่อวินาที เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับผู้ใช้บริการ ทีโอทีจะเดินหน้าให้บริการทั่วประเทศด้วยเทคโนโลยี 3.9จี เช่นเดียวกับในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
ตามแผนการให้บริการ แม้จะเริ่มต้นช้ากว่ากำหนดมา 3 เดือน แต่คาดว่าจะสามารถให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ภายใน 34 เดือนข้างหน้า โดยตามแผนการดำเนินงานหลังจากเซ็นสัญญาจ้างวางโครงข่ายในระยะเวลา 180 วัน จะต้องวางโครงข่าย 3จี จำนวน 1,772 สถานีฐาน ครอบคลุมกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี และครอบคลุม 17 จังหวัด อาทิ ระยอง ชลบุรี สงขลา นครศรีธรรมราช และขอนแก่น เป็นต้น จำนวน 1,686 สถานีฐาน โดยครอบคลุม 59 จังหวัด ที่เหลือภายใน 360 วัน อีก 1,314 สถานีฐาน โดยตลอดโครงการจะมีสถานีฐาน 5,370 สถานีฐาน ปัจจุบันมี 548 สถานีฐาน ครอบคลุมกรุงเทพฯปริมณฑล
ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทีโอทีจะมีลูกค้าที่ใช้บริการทีโอที 3จี ในปีนี้ประมาณ 1.29 ล้านราย โดยปีแรกจะมีรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท และตามแผนธุรกิจภายใน 10 ปี จะมีรายได้เฉลี่ย 1 หมื่นล้านบาท และหวังว่าจะเป็นรายได้หลักของทีโอที เป็นสัดส่วนประมาณ 70% มาทดแทนส่วนแบ่งรายได้จากคู่สัญญาสัมปทานที่กำลังจะหมดลง
นอกจากนี้ ทีโอทียังมีแผนจะปลุกบริษัท เอซีที โมบาย ขึ้นมาเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับ 3จี ในด้านการดูแลโครงข่าย การบำรุงรักษา โดยอยู่ระหว่างการทำโรดแมปให้ชัดเจน และจะสร้างรายได้ให้ทีโอทีต่อไปในอนาคต ซึ่งมีแผนที่จะนำเอซีทีเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย
ประพันธ์ บุณยเกียรติ กรรมการบริหาร (บอร์ด) ทีโอที กล่าวว่า การติดตั้งระบบบิลลิงยังมีปัญหา คาดจะเสร็จในเดือน ก.ค. ระหว่างนี้จะเช่าใช้ระบบจากบริษัท เทเลเมติกส์ ไปก่อน แต่เชื่อว่าจะเปิดใช้งานได้ทันแน่นอน โดยจะสามารถรองรับการใช้งาน 7.2 ล้านเลขหมายได้
สำหรับการทำตลาด ทีโอทีจะร่วมมือกับผู้ให้บริการเอ็มวีเอ็นโอ ซึ่งล่าสุดทีโอทีอยู่ระหว่างการพิจารณาบริษัทเอกชนที่เสนอแผนธุรกิจเข้ามาทั้งหมด 13 ราย และผ่านการคัดเลือกในเบื้องต้น 7 ราย มีทั้งรายใหม่และรายเดิมที่จะหมดอายุสัญญาเดือน ส.ค.นี้ และหนึ่งในนั้นมีบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก หรือเอดับบลิวเอ็น บริษัทลูกของเอไอเอสอยู่ด้วย โดยทีโอทียังมีเวลาพิจารณาถึงประมาณเดือน ก.ค. ก่อนจะตัดสินว่าใครจะเป็นเอ็มวีเอ็นโอบ้าง
ย้อนเส้นทางการขับเคลื่อนทีโอที 3จี ทั่วประเทศ หลังจากวันเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2552 จนถึงการเปิดตัวอีกครั้งในวันที่ 10 มิ.ย. 2554 ทีโอทีได้ลงนามในสัญญาจ้างผู้ชนะประมูลวงโครงข่ายทีโอที 3จี ทั่วประเทศ มูลค่า 1.59 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งเซ็นสัญญากู้เงินดำเนินโครงการนี้เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2554 จำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท กับกลุ่มธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารยูโอบี คิดเป็น 80% ของมูลค่าโครงการที่ได้จากการประมูล โดยปลอดเงินต้น 2 ปี เป็นเงินกู้ที่ใช้เครดิตของทีโอทีเอง โดยการกู้ครั้งนี้ไม่ต้องวางเงินประกัน แต่ถ้าทีโอทีเลิกสัญญาหรือผิดสัญญา ธนาคารจะได้สิทธิที่ทีโอทีจะได้รายได้จากเอ็มวีเอ็นโอไปแทน โดยเงื่อนไขจะต้องชำระทุก 6 เดือน รวม 16 งวด







