
เสื้อผ้าแฟชั่นยอดโตตามอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
บอสสินี ชี้อากาศแปรปรวน กระทุ้งตลาดแฟชั่นโต 10% เท 50 ล้านปรับโฉมร้านสู่เขียวดึงกลุ่มครอบครัว
บอสสินี ชี้อากาศแปรปรวน กระทุ้งตลาดแฟชั่นโต 10% เท 50 ล้านปรับโฉมร้านสู่เขียวดึงกลุ่มครอบครัว
น.ส.วิริยาภรณ์ มหาอุดมพันธ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส เสื้อผ้ายี่ห้อบอสสินี บริษัท อาร์มิน ซิสเท็มส์ ในเครือไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายของร้านบอสสินีในไทยช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เติบโตกว่า 10% เป็นผลมาจากสภาพอากาศในไทยที่แปรปรวนพอสมควร ทำให้ลูกค้าหันมาเลือกซื้อเสื้อผ้าตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้น ทั้งในช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาว
ประกอบกับกำลังซื้อของลูกค้าในกลุ่มสินค้าแฟชั่นเติบโตได้ดีมากตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เห็นได้จากกลุ่มลูกค้าประจำก็เพิ่มจำนวนในการซื้อสินค้า จากเดิมซื้อครั้งละ 2 ตัว ก็เพิ่มเป็นครั้งละ 34 ชิ้น และลูกค้าประจำจะเข้ามาซื้อสินค้าในร้านเดือนละ 23 ครั้ง โดยปัจจุบันกลุ่มลูกค้าประจำมีอยู่ 1.5 หมื่นคน
บริษัทใช้งบกว่า 50 ล้านบาท ปรับโฉมใหม่ร้านบอสสินี ซึ่งเป็นการปรับสาขาครั้งใหญ่ในรอบ 5 ปี โดยเลือกใช้สีเขียวมาเป็นสีหลักในร้าน เพื่อแสดงถึงความสดใส จากเดิมใช้สีน้ำเงิน ใช้แนวคิดแฮปปี้แฟมิลี เพราะต้องการขยายตลาดไปกลุ่มเป้าหมายครอบครัวทั้งหมด ให้สามารถเข้ามาช็อปปิ้งในร้านค้าได้พร้อมกัน ทั้งพ่อแม่ และลูก จากเดิมกลุ่มลูกค้าหลักเป็นคนทำงานผู้ชายและผู้หญิง โดยจะทยอยปรับร้านแล้วเสร็จใน 3 ปี ปัจจุบันมีสาขาในไทย แบ่งเป็น เคานเตอร์ 50 จุด ช้อป 7 สาขา และ เอาท์เลท 6 สาขา
“ผลการปรับสาขาในศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ ทำให้ยอดโต 3 เท่า ส่วนแผนเปิดสาขาใหม่ปีนี้ตั้งเป้าเปิดเพิ่ม 4 สาขา” ในรูปแบบเคาน์เตอร์ เน้นเปิดสาขาตามห้างสรรพสินค้า ได้แก่ เซ็นทรัล เชียงราย พระราม9 และพิษณุโลก และอีก 1 สาขาที่ห้างเซน งบลงทุน 2 ล้านบาทต่อสาขาน.ส.วิริยาภรณ์ กล่าว
สำหรับเป้าหมายยอดขายบริษัทปี 2554 คาดจะโต 15% จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 300 ล้านบาท โดยราคาเสื้อผ้าของบอสสินีจะเริ่มต้นที่ 390 บาทและราคาสูงสุดที่แจ็ตเกตเสื้อกันหนาว ราคา 6,000 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผรปรับขึ้นราคาขายสินค้าแต่อย่างใด ยังคงวางราคาขายเท่าเดิม ทั้งนี้ในปัจจุบัน เครือไมเนอร์ มีสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นจำนวน 3 แบรนด์ได้แก่ เอสปรี ที่เป็นแบรนด์สร้างรายได้สูงสุด เพราะมีสาขามากที่สุดจำนวน 100 สาขา รองลงมาได้แก่ บอสสินี่ และแก๊ป มีสาขารวม 3 แห่ง ส่วนภาพรวมตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นในปีนี้ มองว่าแข่งขันรุนแรงต่อเนื่อง และคาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% เช่นกัน และยังมีแบรนด์เสื้อผ้ารายใหม่เข้ามาทำตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง







