
เล็งแก้กม.หาช่องถลุงค่าภาคหลวง
หาช่องแก้กฎหมายเอื้อนักการเมือง ถลุงเงินค่าภาคหลวงปิโตรเลียม โปะกองทุนน้ำมันฯ อุ้มราคาพลังงาน
หาช่องแก้กฎหมายเอื้อนักการเมือง ถลุงเงินค่าภาคหลวงปิโตรเลียม โปะกองทุนน้ำมันฯ อุ้มราคาพลังงาน
นายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ความคืบหน้านโยบายนำค่าภาคหลวงปิโตรเลียมมาใช้ในการดูแลราคาพลังงานของประเทศนั้น ขณะนี้ยังศึกษาไม่แล้วเสร็จ เบื้องต้นพิจารณาไว้ 2 แนวทาง คือ 1.แก้กฎหมายปิโตรเลียมให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนำค่าภาคหลวงไปใช้ในดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี และ 2.แก้ไขระเบียบใช้จ่ายเงินคงคลัง ซึ่งเป็นวิธีการทางงบประมาณ
แนวทางทั้งหมดยังอยู่ในการพิจารณาถึงข้อดีข้อเสีย โดยแนวทางที่ 1 น่าจะเป็นวิธีที่ดำเนินการได้ตามหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิง เนื่องจากการแก้กฎหมายปิโตรเลียมดำเนินการผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกา เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบวิธีปฏิบัติ ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น
สำหรับแนวทางที่ 2 กระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณาโดยตรง เพราะการนำส่งค่าภาคหลวงก็เหมือนจัดสรรรายได้เข้าประเทศ หากจะนำเงินไปใช้ในกิจการใดก็ระบุเพิ่มเติม
“ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ด้วยว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งวัตถุประสงค์เดิมเพื่อต้องการนำเงินไปช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลก๊าซหุงต้ม” นายทรงภพ กล่าว
ขณะที่ผลการจัดเก็บค่าภาคหลวง 6 เดือนของปีงบประมาณ 2554 (ต.ค. 2553มี.ค. 2554) จัดเก็บได้ 22,783 ล้านบาท
ขณะเดียวกันแหล่งสัมปทานบนบกและทะเล เริ่มมีกำลังการผลิตออกมามากขึ้น คาดว่าปีนี้รายได้การจัดเก็บค่าภาคหลวงและภาษีตลอดปีจะอยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจัดเก็บได้ 1.3 แสนล้านบาท
ในการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ หรือรอบที่ 21 นั้น ปีนี้พร้อม แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ซึ่งจะปรับเงื่อนไขเปิดประมูลแปลงสัมปทานปิโตรเลียม โดยคัดเลือกแปลงสัมปทานที่มีศักยภาพเท่านั้นไม่เกิน 10 แห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่บนบกทางภาคอีสาน







