posttoday
โอกาสของ พ.ต.ท.ทักษิณ วิกฤตของตลาดหุ้น

โอกาสของ พ.ต.ท.ทักษิณ วิกฤตของตลาดหุ้น

09 มิถุนายน 2554

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เครดิตสวิส ได้ออกบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เครดิตสวิส ได้ออกบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.

โดย..บล.เครดิตสวิส

วันที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยอย่างหนัก 3,789 ล้านบาท ฉุดดัชนีให้หลุดแนวรับสำคัญที่ 1,050 จุด และลดลงต่อเนื่องจนถึงวันที่ 8 มิ.ย. เหลือเพียง 1,014 จุด ดำดิ่งอีก 20.17 จุด หรือ 1.95% เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติขนหุ้นออกมาขายอย่างหนักถึง 6,311 ล้านบาท

โอกาสของ พ.ต.ท.ทักษิณ วิกฤตของตลาดหุ้น

มุมมองของเครดิตสวิส ตรงกับบทวิเคราะห์ของ บล.ภัทร ที่ออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ว่า ผลการเลือกตั้งของไทยอาจผิดความคาดหมายที่ตลาดมองไว้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้เข้ามาจัดตั้งรัฐบาล แต่อาจพลิกล็อกเป็นพรรคเพื่อไทยของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ได้ และจะฉุดเศรษฐกิจและดัชนีหุ้น เพราะการมาของเขาสะท้อนภาพการเมืองที่ไม่มั่นคง

ผลสำรวจของสำนักต่างๆ ในประเทศที่ออกมาตรงกัน (ตามตาราง) โดยได้คะแนนนิยมทั้ง 3 ภาค คือ ภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และชนชั้นกลางและชั้นล่างในภาคกลางและกรุงเทพฯ

เครดิตสวิส ประมาณการว่าผลการเลือกตั้งมีความเป็นไปได้ 3 แนวทาง

แนวทางแรก “พ.ต.ท.ทักษิณ” ได้ที่นั่งเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล

แนวทางที่ 2 พรรคประชาธิปัตย์ได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรน้อยกว่า “พ.ต.ท.ทักษิณ” แต่เพียงพอที่จะเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล

แนวทางที่ 3 พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ แม้ว่าการเข้ามาของพรรคการเมืองไม่ได้ทำให้นโยบายเศรษฐกิจของประเทศแตกต่างกัน แต่ บล.เครดิตสวิส เชื่อว่าตลาดหุ้นจะปรับตัวลดลงถ้า “พ.ต.ท.ทักษิณ” ชนะการเลือกตั้ง เพราะการเมืองจะไม่มั่นคง เนื่องจากมีกลุ่มที่คัดค้านการเข้ามาของเขาอยู่มาก

หากพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้น ทำให้หุ้นขึ้นมาช่วงก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจชี้ชัดว่าพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสน้อยที่จะชนะการเลือกตั้ง

ปัจจัยข้างต้นทำให้เกิดความไม่แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพรรคที่จะเข้ามาร่วมรัฐบาลกับพรรคใหญ่พรรคใดพรรคหนึ่งในสองพรรคนี้ด้วย

บล.เครดิตสวิส เชื่อว่ามีหลักฐานความไม่มั่นคงทางการเมืองที่ฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ และมีนัยสำคัญต่อตลาดหุ้นที่เป็นต้นทุนต่อการเติบโตของไทย 12% ของการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ต่อปี

สำหรับหุ้นที่จะได้ดีจากการเมือง คือ กลุ่มสื่อสาร และบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) หาก “พ.ต.ท.ทักษิณ” ชนะเลือกตั้ง เพราะเขาจะไม่กดดันศาลให้ต่อต้านกลุ่มสื่อสาร ส่วนยอดขาย CPALL จะดีตามบรรยากาศการเมือง

ขณะที่หุ้นธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ท่องเที่ยว และบริษัทรับเหมาก่อสร้างจะสูญเสียหากการเมืองไม่มั่นคง

เครดิตสวิส ยังคงให้น้ำหนักหุ้นไทยที่ปกติ และใส่ความเสี่ยงจากการเมืองเพิ่มเข้าไป จึงลดน้ำหนักหุ้นธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เพิ่มน้ำหนักหุ้นปิโตรเคมี บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) พลังงาน CPALL และหุ้นโรงไฟฟ้า

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท