
น้ำมันแพงยอดติดก๊าซ1เดือนพุ่ง3พันคัน
ขนส่งเผยพ.ค.รถแจ้งเปลี่ยนใช้ก๊าซเชื้อเพลิงเพิ่มจากเม.ย.เกือบ3,000 คันเตือนเจ้าของรถเข้ารับการตรวจสอบจากผู้ติดตั้งเพื่อความปลอดภัย
ขนส่งเผยพ.ค.รถแจ้งเปลี่ยนใช้ก๊าซเชื้อเพลิงเพิ่มจากเม.ย.เกือบ3,000 คันเตือนเจ้าของรถเข้ารับการตรวจสอบจากผู้ติดตั้งเพื่อความปลอดภัย
นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า มีเจ้าของรถยนต์หันมาติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ก๊าซธรรมชาติอัด หรือซีเอ็นจี และก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี ยอดสะสมจนถึงวันที่29พ.ค.2554 แยกเป็นรถที่ติดตั้งก๊าซแอลพีจี 732,612 คัน และรถที่ใช้ก๊าซแอลพีจี 217,593 คัน เฉพาะเดือนพ.ค.2554 มีการแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงแอลพีจี 15,189 คัน และแจ้งเปลี่ยนเป็นก๊าซซีเอ็นจี 763 คัน เมื่อ เทียบกับเดือนก่อนเพิ่มขึ้นรวมจำนวน 2,655 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 16.64
กรมการขนส่งทางบก ให้ความเห็นชอบผู้ติดตั้งอุปกรณ์เอ็นจีวี และแอลพีจี 880 ราย เป็นผู้ตรวจและทดสอบ จำนวน 221 ราย เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ต้องนำรถเข้ารับการตรวจ และทดสอบความปลอดภัย กับผู้ตรวจและทดสอบ จากนั้นจึงไปดำเนินการแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถให้ ถูกต้อง ณ กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมหลักฐาน ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ ใบรับรองการติดตั้ง ใบรับรองการตรวจและทดสอบ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ
ทั้งนี้ รถที่ใช้ก๊าซแอลพีจี ต้องตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบทุกปี ยกเว้น เฉพาะการติดตั้งก๊าซ CNG จากโรงงานที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ ให้ตรวจและทดสอบหลังจากจดทะเบียนครั้งแรกมาแล้ว 3 ปี และครั้งต่อไปต้องตรวจทุกปี
ส่วนรถที่ใช้ก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิงให้ตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบทุก 5 ปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่กลุ่มพลังงานและสิ่งแวดล้อม สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก โทร. 0-2271-8604 หรือ สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่ Call Center 1584







