
บีโอไอเผยไทยลงทุนตปท.เพิ่มต่อเนื่อง
ธุรกิจไทยไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปีนี้คาดมีเม็ดเงินออกไปลงทุน 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้านบีโอไอเร่งศึกษามาตรการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อนำเสนอรัฐบาลใหม่
ธุรกิจไทยไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปีนี้คาดมีเม็ดเงินออกไปลงทุน 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้านบีโอไอเร่งศึกษามาตรการส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อนำเสนอรัฐบาลใหม่
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายในงานสัมมนา เรื่องส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ ว่า การลงทุนของนักลงทุนไทยไปต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2554 คาดว่าจะมีเม็ดเงินออกไปลงทุนประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2553 ที่มีมูลค่า 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากธุรกิจไทยมีความเข้มแข็ง ต้องการออกไปแสวงหาแหล่งวัตถุดิบ ขยายตลาด และลดต้นทุนในการผลิต โดยการลงทุนจะกระจายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งประเทศในแถบแอฟริกา และตะวันออกกลาง โดยกิจการที่นักลงทุนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศค่อนข้างหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นกิจการโรงแรม ร้านอาหาร สปา เกษตร สิ่งทอ อัญมณี และก่อสร้าง เป็นต้น
สำหรับมาตรการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ บีโอไออยู่ระหว่างปรับปรุงร่างกฎหมาย เพื่อจะเร่งนำเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ โดยคาดว่าผลศึกษาจะเสร็จภายในเดือนก.ค.-ส.ค.นี้ ซึ่งจะต้องให้บอร์ดบีโอไอพิจารณาว่าควรจะมีมาตรการอะไรมาสนับสนุนนักลงทุนบ้าง เช่น การตั้งกองทุนส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ การช่วยเหลือด้านภาษี โดยการยกเว้นภาษีกำไรที่ได้จากการลงทุนต่างประเทศ รวมถึงการนำค่าใช้จ่ายไปศึกษาดูลู่ทางการลงทุนในต่างประเทศมาลดหย่อนได้ 2 เท่า เป็นต้น
“การออกไปลงทุนยังต่างประเทศทำได้ยากกว่าการนำของไปขายในต่างประเทศ ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการจะผลักดันให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ ก็จำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อจูงใจและอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน” นางอรรชกา กล่าว
นอกจากนี้ บีโอไออยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด การทบทวนประเภทกิจการและสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งเสริมการลงทุนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับปรุงโครงสร้างภาษีทั้งระบบของกระทรวงการคลัง โดยสิทธิประโยชน์คงต้องปรับให้สอดคล้องกับแนวทางการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่รัฐบาลมีแนวคิดจะปรับลดลงจากขณะนี้เก็บในอัตรา 30% ของกำไรสุทธิ โดยอาจจะลดการยกเว้นลงจาก 8 ปี เพราะถือว่าไทยลดลงให้ในภาพรวมแล้ว เป็นต้น
ด้านประเภทกิจการนั้นปัจจุบันบีโอไอให้การส่งเสริมฯอยู่ 150 ประเภทกิจการ ก็จะต้องนำมาทบทวนปรับลดการส่งเสริมบางกิจการหรือไม่ส่งเสริมเลย เนื่องจากมีการลงทุนในไทยมากแล้ว ขณะที่บางกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและยังไม่มีการลงทุนก็จะเพิ่มเข้ามาใหม่ ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอผ่านไปยังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ)ให้พิจารณา
ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการร้องเรียนมายังบีโอไอ เพื่อขอให้ปรับลดเงื่อนไขการใช้แรงงานต่างด้าวนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งบีโอไอก็จะเสนอให้รัฐบาลทบทวนในเรื่องนี้อยู่แล้ว







