
รับเหมาซึมรัฐเน้นประชานิยม
โยนงบลงสาธารณสุข-ศึกษาเมินก่อสร้างซ้ำต้นทุนขยับสูง
โยนงบลงสาธารณสุข-ศึกษาเมินก่อสร้างซ้ำต้นทุนขยับสูง
เนาวรัตน์ฯ คาดรับเหมาครึ่งปีหลังยังซึม เหตุรัฐบาลเน้นประชานิยม ผลักงบลงภาคก่อสร้างน้อย
นายวัชรพัธ วัชราภัย ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในครึ่งปีหลังยังคงซบเซา เนื่องจากต้องรอรัฐบาลใหม่อนุมัติงบการก่อสร้าง โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่จะเน้นไปทางด้านสาธารณสุข การศึกษา แทนที่จะอนุมัติงบทางด้านการก่อสร้าง
“ที่ผ่านมารัฐบาลจะมุ่งให้ความสำคัญด้านประชานิยมที่คำนึงถึงปัญหาปากท้องของประชาชน เช่น ผลักงบไปยังงานด้านการศึกษา สาธารณสุข เป็นต้น แต่ภาคการก่อสร้างกลับผลักดันงบประมาณน้อยและยังล่าช้า” นายวัชรพัธ กล่าว
ขณะเดียวกันบริษัทยังต้องเผชิญกับต้นทุนในการก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเหล็กเส้น เมื่อเปรียบกันระหว่างไตรมาสแรกปีก่อนกับปีนี้ พบว่ามีราคาสูงขึ้น 15% ส่วนปูนซีเมนต์มีราคาสูงขึ้น 11% ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลนั้นยังเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก เนื่องจากมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประคองราคาไว้
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมจะขายหุ้นในโครงการ Meeyahta International Hotel Limited (MIHL) ที่ได้ไปร่วมลงทุนก่อสร้างโรงแรมในประเทศพม่าเมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยคาดว่าจะได้เงินจำนวน 20 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปีนี้
นายวัชรพัธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทเพิ่งพลาดงานรับเหมาก่อสร้างในประเทศมาเลเซีย โดยผู้รับเหมาจากมาเลเซียได้งานก่อสร้างไป ขณะที่โครงการน้ำงึม 3 ผู้รับเหมาจากประเทศจีนเป็นผู้ได้งาน เนื่องจากกดราคาได้ต่ำที่สุด
สำหรับโครงการเขื่อนที่ประเทศปากีสถาน อยู่ระหว่างรอผลการประกวดราคา ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าเอสพีพี บางคล้า นั้นยังอยู่ในขั้นตอนจัดทำประชาพิจารณ์
ปัจจุบันบริษัทมีงานอยู่ในมือ1.3 หมื่นล้านบาท โดยจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการเขื่อนแม่เมาะ ที่จะทยอยรับรู้รายได้ปีละ 1,000 ล้านบาท เป็นเวลา 7 ปี
สำหรับในปีนี้ บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายมีรายได้ที่ 4,000 ล้านบาท และงานใหม่ 4,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกจะได้รับงานเช้ามาแค่ 600 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าแต่ยังคาดว่าจะมีงานเข้ามามากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง







