
‘PTL’กำไรต่ำกว่าปีก่อน3ปีลงทุน175ล้านเหรียญ
PTL ถอดใจ กำไรสุทธิปี 2554 ไม่ถึง 3,882 ล้านบาท ที่ทำได้ในปีก่อน คู่แข่งมากกดราคาขายลดลง ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นตามน้ำมัน เดินหน้าทุ่มงบลงทุนรวม 175 ล้านเหรียญ ใน 3 ปี
PTL ถอดใจ กำไรสุทธิปี 2554 ไม่ถึง 3,882 ล้านบาท ที่ทำได้ในปีก่อน คู่แข่งมากกดราคาขายลดลง ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นตามน้ำมัน เดินหน้าทุ่มงบลงทุนรวม 175 ล้านเหรียญ ใน 3 ปี
นายวิโนด สุเรคา ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) หรือ PTL เปิดเผยว่า กำไรสุทธิปี 2554 (เม.ย. 2554-มี.ค. 2555) น่าจะลดลงจากปี 2553 (เม.ย. 2553-มี.ค. 2554) ที่ทำได้ 3,882 ล้านบาท เนื่องจากมีผู้ผลิตรายใหม่ทยอยเข้ามาในอุตสาหกรรม ทำให้เกิดกำลังการผลิตใหม่มากขึ้นในตลาด ส่งผลให้ส่วนต่างราคาขายฟิล์ม (สเปรด) ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ประมาณ 2 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม
ขณะที่ปัจจุบันราคาขายฟิล์มชนิดบางอยู่ที่ 2.5 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม ลดลง 5060% จากปลายปีก่อนอยู่ที่ 4.5 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม
ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่ในอนาคตบริษัทมีนโยบายจะปรับราคาขายขึ้นหากต้นทุนวัตถุดิบยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูงส่วนหนึ่งมาจากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลาง
ด้านผลการดำเนินงานคาดกำไรสุทธิไตรมาสแรก (เม.ย.มิ.ย. 2554) จะลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะคู่แข่งรายใหม่เริ่มมีผลต่ออุตสาห กรรมและทำให้ราคาขายปรับลง ในทางตรงข้ามหากเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อนกำไรจะมากกว่า เนื่องจากตลาดมีความต้องการมากกว่าผู้ผลิตฟิล์ม
นายวิโนด กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการใช้ฟิล์มชนิดบางยังมีต่อเนื่อง คาดในประเทศไทยต้องการใช้ในปีนี้อยู่ที่ 1,700 ตันต่อเดือน และคาดว่าบริษัทจะจำหน่ายได้ 700-800 ตันต่อเดือน
อย่างไรก็ดี บริษัทเตรียมงบลงทุนสำหรับ 3 ปี (2554-2556) ทั้งหมด 175 เหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นปีนี้จำนวน 25 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการขยายการผลิตแผ่นฟิล์มซิลิกอน ส่วนปี 2555 จะสร้างโรงงานผลิตแผ่นฟิล์ม PET ชนิดบาง มูลค่า 75 ล้านเหรียญสหรัฐ ในประเทศสหรัฐ และปี 2556 ลงทุนผลิตแผ่นฟิล์มชนิดหนาในไทยอีก 75 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแหล่งเงินทั้งหมด 2 ใน 3 จะมาจากเงินกู้สถาบันการเงิน และที่เหลือมาจากเงินหมุนเวียนภายในบริษัท







