posttoday
'วิจิตร สุพินิจ' เปิดอกเคลียร์ปัญหา TTA

'วิจิตร สุพินิจ' เปิดอกเคลียร์ปัญหา TTA

08 มิถุนายน 2554

นายวิจิตร สุพินิจ อดีตประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

นายวิจิตร สุพินิจ อดีตประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

เปิดเผยครั้งแรกหลังเกิดปัญหาบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) ว่า รู้สึกเสียดายและเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะพยายามป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วก็ตาม ซึ่งผลที่ออกมาไม่ตรงกับความตั้งใจและกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นกับสำนักงาน ก.ล.ต.

“ผมในฐานะผู้ร่วมจัดตั้ง ก.ล.ต. ก็รักหน่วยงานนี้ไม่น้อยกว่าพนักงาน ก.ล.ต.”

สำหรับกรณี TTA มีความพิเศษที่มีรายย่อยกว่า 2 หมื่นคน แต่ไม่มีผู้ถือหุ้นคนใดถือหุ้นเกิน 6% ปัญหาที่เกิดขึ้นนักลงทุนรายย่อยต้องการให้ไปช่วยประสานกับผู้บริหาร เพื่อหาทางช่วยกันฟื้นฟู TTA เนื่องจากตัวเองเป็นผู้ใหญ่ เป็นที่รู้จักนับถือของตลาดทุน และปัญหาของ TTA เป็นปัญหาใหญ่ที่ยืดเยื้อ หากไม่ดูแลรายย่อยจริงจัง จะทำให้ตลาดทุนไม่ประสบความสำเร็จในการขยายฐานนักลงทุน

สำหรับที่สังคมมองว่านายวิจิตรขาดธรรมาภิบาล มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เนื่องจากดำรงตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. ในขณะนี้ แต่กลับไม่วางตัวเป็นกลางในปัญหาของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) นั้น นายวิจิตร กล่าวว่า ตัวเองไม่มีผลประโยชน์ใดๆ และมีความตั้งใจจริงที่จะช่วยแก้ไขให้ถูกต้อง หากประสานให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยและฝ่ายบริหารของบริษัทคุยกันได้ ความขัดแย้งจะไม่เกิด ทำให้บริษัทปรับตัวเดินหน้าต่อไปได้ ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นไม่ต้องการเข้าร้องเรียนโดยตรงต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพราะไม่ต้องการเปิดเผย หากคุยกันแบบสุภาพบุรุษแล้วไม่สำเร็จ ก็จบกันไปในโต๊ะประชุม

'วิจิตร สุพินิจ' เปิดอกเคลียร์ปัญหา TTA

นายวิจิตร กล่าวว่า มองเห็นปัญหาและหวังผลเลิศเกินไป โดยเห็นว่า TTA เป็นบริษัทที่มีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจไทย และความสำคัญของผู้ถือหุ้นรายย่อยที่จะเสียโอกาสถ้าปล่อยให้ความขัดแย้งเรื้อรัง จึงเข้าไปพบผู้บริหาร TTA 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 9 และ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา และหลังจากนั้น 2 วัน ได้โทรศัพท์ไปหา ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แต่ติดต่อไม่ได้ เพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ TTA และขอให้พิจารณาไปตามเนื้อผ้า ต้องการให้เกิดผลสรุปที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย

“ผมไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ใดๆ ยืนยันเลย ผมมีตำแหน่งต่างๆ อยู่ จะเข้าไปเป็นประธาน TTA มันตื้นเกินไปหรือเปล่า กรณีของ TTA มีความชัดเจนว่า เราไม่คำนึงถึงปัญหารายย่อย แต่ไปวิ่งตามกระแสที่มาจาก TTA ว่าจะมีการเทกโอเวอร์ ปัญหาธรรมาภิบาลที่พูดถึง ต้องย้อนถามกลับไปว่าใครกันแน่ไม่มี ตรงนี้ต้องดูว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องมีหรือไม่ รายย่อยบอกผลประกอบการเสื่อมลง การลงทุนต่างประเทศไม่ส่งผลดี บริษัทเพิ่มผลตอบแทนผู้บริหาร ขณะที่ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นลดลง”

อดีตประธาน ก.ล.ต. กล่าวอีกว่า สังคมส่วนรวมไม่ดูปัญหาให้ถ่องแท้ แต่ไปโอบอุ้มคนบริษัทที่ไม่มีธรรมาภิบาล ไม่ดูแลรายย่อย ทั้งที่นักลงทุนพยายามติดต่อผู้บริหาร แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ความตั้งใจที่จะทำให้เกิดการร่วมมือแก้ไขเสียไป คิดว่าเรื่องที่จะกันไม่ได้ ทะเลาะกันเกิดขึ้นแล้ว มีผลกระทบยืดเยื้อ ที่สำคัญมีข้อกล่าวหาที่รุนแรงกับตัวผม ทำให้คิดว่ามีเจตนาแฝงหรือไม่ หรือมีการเมืองหรือไม่

“ผมตั้งข้อสังเกต มีอะไรซ่อนเร้นใน TTA ถึงกีดกันคนภายนอก นักลงทุนรายย่อยเข้าไปดีๆ ทำบริษัทแย่มานาน ให้ฟื้นตัวมีอนาคต กลับมาฟาดฟันอีกฝ่ายอย่างรุนแรง ไม่คาดฝัน น่าเป็นห่วงบริษัทที่มีการร้องเรียน ผมมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความยุ่งยากของ TTA เป็นเรื่องที่น่าห่วงสำหรับรายย่อย”

สำหรับปัญหาของ TTA จากข้อมูลงบการเงิน พบว่า 6 ปีที่ผ่านมา มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ลดลงจาก 3 หมื่นล้านบาท เหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท ราคาหุ้นจากเดือน ต.ค. 2550–มิ.ย. 2554 ลดลงจาก 55 บาท เหลือ 22 บาท หรือลดลง 61% ทำให้มูลค่าผู้ถือหุ้นหายไป 2.3 หมื่นล้านบาท ปี 2551–2553 กำไรสุทธิลดลงจาก 8,770 ล้านบาท เหลือ 800 ล้านบาท ลดลง 90% และปีนี้โบรกเกอร์คาดการณ์กำไรเหลือ 160 ล้านบาท ค่าตอบแทนผู้บริหารเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 35 ล้านบาท เพิ่มเป็น 72 ล้านบาท รวมผู้บริหารกับกรรมการ 12 คน ผลตอบแทนรวม 131 ล้านบาท ขณะที่เศรษฐกิจในช่วงปี 2553 เติบโตทุกด้าน ทั้งการส่งออก นำเข้า ตลาดหุ้น

นอกจากนี้ นโยบายการกระจายการลงทุนในกิจการอื่นในต่างประเทศ เช่น บริษัท เมอร์เมด มารีไทม์ ซึ่งเข้าไปซื้อหุ้นปี 2547 ถือหุ้น 57% ไม่ประสบความสำเร็จหรือได้รับปันผล ยกเว้นเดือน มี.ค. 2554 รับปันผล 260 ล้านบาท เทียบกับเงินลงทุน 4,064 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้นเมอร์เมดฯ ซึ่งเข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์ ราคาหุ้น 1.56 เหรียญสิงคโปร์ ปัจจุบันเหลือ 0.33 เหรียญสิงคโปร์ ลดลง 79% และฝ่ายจัดการของเมอร์เมดฯ เปิดเผยว่า ช่วงเดือน มี.คเม.ย. ขาดทุนอีกเพราะอัตราการใช้บริการขุดเจาะหาแหล่งพลังงานใช้บริการ 54% ซึ่งจะถึงจุดคุ้มทุน 80% และซื้อแท่นขุดเจาะเพิ่ม 2 ตัว มูลค่า 360 ล้านเหรียญสหรัฐ และเตรียมนำหุ้นเมอร์เมดฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นนอร์เวย์ ทั้งที่บริษัทขาดทุนและ TTA มีปัญหา จะทำให้เมอร์เมดฯ ระดมทุนไม่ได้ และ TTA จะต้องสูบเงินออกไปอีก

ขณะเดียวกัน การลงทุนในบริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) เมื่อปี 2552 เข้าไปซื้อหุ้นสัดส่วน 89% ราคาหุ้น 29 บาท มูลค่าการซื้อรวม 3,975 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าที่เหมาะสมอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท รวมทั้งปัจจุบันราคาหุ้น UMS ลดลงเหลือ 16.20 บาท ขาดทุนจากเงินลงทุน 1,752 ล้านบาท เหลือมูลค่าลงทุน 2,205 ล้านบาท ลดลง 55% กำไร UMS ปี 2552 จาก 209 ล้านบาท เหลือ 71 ล้านบาท ในปี 2553

นายวิจิตร กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยเข้าไปช่วยเหลือประสานให้มีการพูดคุยหลายกรณี แต่ไม่เคยมีปัญหา เมื่อมีปัญหานี้เกิดขึ้น ผมไม่เข็ด เพราะมีความเชื่อมั่นว่าปัญหามีก็ต้องแก้ไข ถ้าเราไม่มีความเชื่อและมุ่งมั่นก็ไม่สำเร็จ ที่สำคัญการเป็นนักปรองดองต้องมีเมตตาธรรม มองคนด้วยความเข้าใจ ใครเดือดร้อนต้องดูแลให้โอกาส ชีวิตผมเกี่ยวข้องกับตลาดทุนและตลาดหุ้น มีความตั้งใจดี เล็งผลเลิศ แต่มองคนผิดไป นึกว่าเป็นสุภาพบุรุษ ผมไม่เข็ดที่จะช่วยเหลือต่อไป

นายวิจิตร กล่าวถึงทางแก้ไขของ TTA ที่จะมีความรุนแรงมากขึ้น หน่วยงานรัฐ ก.ล.ต. ต้องดูแลรายย่อยให้ทั่วถึง เพราะกรณี TTA ชี้ชัดว่าไม่คำนึงถึงปัญหารายย่อย ไปวิ่งตามกระแสที่มาจาก TTA ว่าจะมีการเทกโอเวอร์

ส่วนกรณีกรรมการ ก.ล.ต. ที่เข้าไปเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียน ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายขัดผลประโยชน์รุนแรง หากกรรมการสามารถขจัดความขัดแย้งได้และมีจริยธรรม เพราะ บจ.มีคณะผู้บริหารและฝ่ายตรวจสอบที่ดูแลการบริหารงานอยู่แล้ว

ปัญหา TTA ยังเป็นหนังที่จะต้องติดตามดูกันต่อไป โดยเฉพาะการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นว่าจะมีข้อสรุปอย่างไรบ้าง รวมถึงหน่วยงานของรัฐ ทั้งสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือไม่ ทั้งๆ ที่รู้ข้อมูลดีว่าผู้บริหาร TTA ได้สร้างความเสียหายมโหฬารให้กับบริษัท และยังเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขกิจการมหาชนแห่งนี้ให้ดีขึ้น แต่หากปล่อยให้ปัญหานี้จบลงตามครรลองไปเรื่อยๆ สุดท้ายตลาดทุนไทยก็จะขาดความน่าเชื่อถือในสายตาสาธารณชน

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี