posttoday
ของเล่นไทยเด้งกลับมาโต ลุ้น 5 ปีเท่าตัวเฉียด 2 หมื่นล.

ของเล่นไทยเด้งกลับมาโต ลุ้น 5 ปีเท่าตัวเฉียด 2 หมื่นล.

08 มิถุนายน 2554

ตลาดของเล่นในประเทศไทยอยู่ในภาวะลุ่มๆ ดอนๆ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ตลาดของเล่นในประเทศไทยอยู่ในภาวะลุ่มๆ ดอนๆ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

เป็นผลจากปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่แนวโน้มตลาดของเล่นปีนี้กลับเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแรง รวมทั้งสภาพครอบครัวไทยยุคใหม่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ของเล่นเข้ามามีบทบาทมากขึ้นและมีแนวโน้มการเติบโตอย่างยั่งยืน

สุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิชิเวิร์ล และวันเดอร์เวิร์ล โปรดักส์ ผู้ผลิต นำเข้าและจำหน่ายของเล่นรายใหญ่ในประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมของเล่นไทยขยายตัวแบบไม่สม่ำเสมอ บางปีหากผู้ประกอบการรายใหญ่ทำตลาดอย่างต่อเนื่องจะขยายตัวสูง หากไม่มีการกระตุ้นตลาด จะหดตัวเล็กน้อย ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ด้วยปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมของเล่นได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปีนี้อุตสาหกรรมของเล่นจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 30% จากมูลค่าปัจจุบัน 9,000 ล้านบาท เพราะเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในช่วงฟื้นตัว ตามแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาคโต ขณะที่ฝั่งยุโรป อเมริกา รวมทั้งญี่ปุ่นชะลอตัวจากปัญหาเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ

ประกอบกับครอบครัวไทยมีลักษณะเป็นครอบครัวสมัยใหม่มากขึ้น เป็นครอบครัวเดี่ยว ที่ของเล่นเข้ามามีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของลูก แตกต่างจากยุคเดิมที่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่ มีเพื่อน ญาติ พี่น้องเป็นเพื่อนเล่นมากกว่าสมัยนี้ และการที่ไทยเข้าสู่สังคมสมัยใหม่ การให้ของเล่นเป็นของขวัญจะอยู่ในแนวทางเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ในยุโรปที่ให้ของขวัญในเทศกาลต่างๆ อยู่ตลอดเวลา

ของเล่นไทยเด้งกลับมาโต ลุ้น 5 ปีเท่าตัวเฉียด 2 หมื่นล.

“ลักษณะของครอบครัวไทย ซึ่งเป็นชาวพุทธ ไม่ได้มีธรรมเนียมการให้ของเล่นเป็นของขวัญเหมือนประเทศอื่นๆ ที่นับถือศาสนาคริสต์ ทำให้การเติบโตของอุตสาหกรรมของเล่นไม่ขยายตัวมากนัก แต่ช่วงนี้ในภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และการเข้าสู่ครอบครัวสมัยใหม่ของเล่นจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น” สุทธิชัย กล่าว

หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน อุตสาหกรรมของเล่นไทยยังเติบโตช้า เช่น อินโดนีเซียมีประชากร 200 ล้านคน อุตสาหกรรมของเล่นมีมูลค่าสูงกว่าไทยถึง 3 เท่า ขณะที่ฟิลิปปินส์ที่มีประชากรใกล้เคียงกัน แต่ตลาดของเล่นมีขนาดใหญ่กว่าไทย 2 เท่า มาเลเซียก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะมีจำนวนประชากรน้อยกว่าก็ตาม

สำหรับการเปิดเสรีทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สุทธิชัย มองว่า เป็นโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมของเล่นในประเทศไทยมากกว่า เพราะสามารถขยายตลาดได้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ของเล่นไม้ที่ยังเป็นจุดแข็งที่สุดของไทยในตลาดของเล่นโลก ขณะที่จีนยังไม่สามารถเลียนแบบได้ และยิ่งหากการเปิดเสรีรวมจีนเข้าไปด้วย จะยิ่งทำให้อุตสาหกรรมของเล่นในประเทศไทยเติบโตมากขึ้นอีก

“ทุกวันนี้ของเล่นที่ขายทั่วโลกผลิตจากจีนถึง 80% อยู่แล้ว และหากการเปิดเสรีทางการค้ารวมจีนเข้าไปด้วย จะทำให้อุตสาหกรรมของเล่นในไทยยิ่งเติบโต เพราะของเล่นราคาถูกจากจีนจะเข้ามาทำตลาดมากขึ้น เป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค” สุทธิชัย กล่าว

ปัจจุบันนิชิเวิร์ลได้นำเข้าผลิตภัณฑ์ของเล่นจากทั่วโลก รวมทั้งคัดเลือกของเล่นใหม่ๆ จากประเทศจีนเข้ามาทำตลาดด้วย เช่น แบรนด์เอ็กซ์คิว ทอยส์ ซึ่งปัจจุบันได้รับการยอมรับในตลาดยุโรปและอเมริกา โดยปีนี้นิชิเวิร์ล และวันเดอร์เวิร์ล ที่ปรับบทบาทจากผู้ผลิตมาเป็นผู้นำเข้าด้วย ได้นำเข้าของเล่นแบรนด์ใหม่รวม 10 แบรนด์เข้ามาทำตลาดไทย เมื่อรวมกับแบรนด์เดิมจะมีของเล่นทำตลาดกว่า 30 ยี่ห้อสูงสุดตั้งแต่ตั้งบริษัทมา

บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัวในปีนี้ จากการนำเข้าผลิตภัณฑ์ของเล่นจำนวนมาก รวมทั้งการขยายตัวของสื่อใหม่ เช่น เคเบิลทีวี ช่องการ์ตูนและแอนิเมชั่นที่เกิดขึ้น จะเป็นช่องทางสำคัญในการทำตลาดและสร้างให้ของเล่นเป็นที่รู้จักและตอกย้ำกับผู้บริโภคได้มากขึ้น

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่จะทำให้อุตสาห กรรมของเล่นขยายได้มากขึ้นด้วยแนวคิด F.B.B. หรือ Few Supplyer Bigger Value และ Better หรือการที่ห้างสรรพสินค้าให้ความสำคัญกับการสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ไม่กี่ราย แต่มียอดขายสูง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำตลาดของเล่น และด้วยมาตรฐานใหม่ๆ ของอุตสาหกรรม ซัพพลายเออร์รายเล็กจะทำได้ยากขึ้น และมุ่งเฉพาะตลาดเฉพาะเจาะจงเท่านั้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย

สุทธิชัย มองว่า ในอีก 5 ปีนับจากนี้ อุตสาหกรรมของเล่นในประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มเป็นเท่าตัวจากปัจจุบันที่มีมูลค่า 9,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ด้วยปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและการทำตลาดอย่างจริงจังของผู้ประกอบการรายใหญ่ และจะมีส่วนทำให้อุตสาหกรรมของเล่นในประเทศไทยมีความมั่นคงขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ