posttoday
ภาคอุตฯแนะปรับค่าแรงไม่ควรสนองการเมือง

ภาคอุตฯแนะปรับค่าแรงไม่ควรสนองการเมือง

07 มิถุนายน 2554

สภาอุตสาหกรรมแนะไม่ควรปรับค่าแรงเพื่อตอบสนองการเมือง ชี้ควรปล่อยไปตามกลไกคณะกรรมการไตรภาคีหวั่นกระทบเงินเฟ้อ-ผู้ประกอบการ

สภาอุตสาหกรรมแนะไม่ควรปรับค่าแรงเพื่อตอบสนองการเมือง ชี้ควรปล่อยไปตามกลไกคณะกรรมการไตรภาคีหวั่นกระทบเงินเฟ้อ-ผู้ประกอบการ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบูรณาการด้านแรงงาน ว่า ขณะนี้ความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอยู่ 5 แสนคน เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวมากขึ้น ขณะที่แรงงานที่เข้าสู่ตลาดแรงงานมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ส่วนปัญหาการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแต่เดิมเป็นไปตามกลไกของคณะกรรมการไตรภาคี แต่ในช่วงที่ผ่านมามีการปรับขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจ และนำไปสู่การขึ้นราคาสินค้า ดันให้เงินเฟ้อในประเทศสูงขึ้น ซึ่งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อประชาชนทั่วไปที่อยู่นอกระบบค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ต้องบริโภคสินค้าในราคาที่สูงขึ้น

ขณะที่อุตสาหกรรมบางกลุ่มที่ยังจำเป็นต้องใช้แรงงานเข้มข้น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรได้ ก็จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เช่น กลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า เครื่องหนัง โดยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบก่อน ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็จะกระต่อเนื่องมาจากการจ้างรับช่วงผลิต

"อยากให้เข้าใจว่าปัจจุบันผู้ประกอบการจ้างพนักงานแพงอยู่แล้ว เพราะหากให้ค่าแรงน้อย แรงงานจะหนีไปอยู่ที่อื่นหมด โดยในการทำงานก็มีการจัดสวัสดิการค่าอาหาร รถรับส่ง ค่าที่พักให้แล้ว ซึ่งส่วนนี้อาจไม่ได้รวมอยู่ในค่าจ้าง แต่ก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการบริการให้แก่แรงงาน ดังนั้นการจะปรับขึ้นค่าแรงจำเป็นต้องพิจารณาในส่วนนี้ด้วย และต้องศึกษาถึงผลกระทบให้ละเอียดก่อน"นายพยุงศักดิ์ กล่าว

รวมทั้งรัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาดูแลหากมีการปรับขึ้นค่าจ้าง เช่น ส่งเสริมให้เอกชนออกไปลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงมีการให้สินเชื่อสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการนำเข้าเครื่องจักร มาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้เอกชนสามารถปรับตัวได้ในภาวะที่ค่าแรงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แหล่งข่าวจากส.อ.ท. กล่าวว่า ข้อเสนอแนะของส.อ.ท.เกี่ยวกับประเด็นค่าจ้าง ได้แก่ 1. การปรับค่าจ้างไม่ควรสนองตอบต่อการเมืองในช่วงการเลือกตั้ง ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของคณะกรรมการไตรภาคี และคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด

2. การปรับค่าจ้างไม่ควรมีการปรับบ่อย เพราะมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อ การคำนวณต้นทุนสินค้า กระทบต่อการวางแผนลงทุน และกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

3.ส.อ.ท.จะต้องยกระดับเรื่องค่าจ้างเป็นนโยบายสำคัญ เพราะ 70% ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป็นเอสเอ็มอี และอย่างน้อยกลุ่มอุตสาหกรรม 15 กลุ่ม ยังคงต้องใช้แรงงานเข้มข้น และยังมีกลุ่มอาชีพอื่นอีก 24 ล้านคน เช่น ข้าราชการ พนักงานบริษัทเอกชน เกษตรกร จะไม่ได้รับประโยชน์จากการปรับค่าแรงขั้นต่ำ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ