
อุตฯตั้งวงถกแก้แรงงานขาด
ร้องบีโอไอออกมาตรการช่วยเปิดช่องธุรกิจเล็กใช้ต่างด้าว
ร้องบีโอไอออกมาตรการช่วยเปิดช่องธุรกิจเล็กใช้ต่างด้าว
ส.อ.ท. ระดมถกปัญหาแรงงานขาด ค่าแรงพุ่ง เสนอกระทรวงแรงงานหาทางแก้
นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 มิ.ย. ส.อ.ท.จะหารือร่วมกับสมาชิกถึงปัญหาแรงงาน ทั้งปัญหาแรงงานขาดแคลน ปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าว และปัญหาค่าจ้าง ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เพื่อวางแผนปรับตัว และขอให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ออกมาตรการรองรับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ตลอดจนขอหารือกับกระทรวงแรงงาน และเตรียมข้อมูลเสนอรัฐบาลใหม่
ปัจจุบันบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอไม่สามารถใช้แรงงานต่างด้าวได้ จึงขาดแคลนแรงงานอย่างมาก แม้ว่าบีโอไอจะอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวเฉพาะกรณี แต่เงื่อนไขก็อนุญาตให้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป และต้องเข้าเงื่อนไขต่างๆ ของบีโอไออีกมากมาย ส่งผลให้บริษัทขนาดเล็กที่ได้รับบีโอไอและมีการใช้แรงงานเข้มข้น ไม่สามารถรับแรงงานต่างด้าวเข้าทำงานได้
“ในภาพรวมตอนนี้ มีความต้องการใช้แรงงานกว่าแสนคน บีโอไอจึงควรทบทวนนโยบายใหม่ให้พิจารณาจากประเภทธุรกิจ และการใช้แรงงานของอุตสาหกรรม มากกว่าพิจารณาจากเงินลงทุน ส.อ.ท.จะหารือกันและนำแนวทางการแก้ปัญหาไปหารือร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อหาทางออกร่วมกัน พร้อมทั้งจะเตรียมข้อมูลไว้นำเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป” นายสมมาต กล่าว
ขณะนี้กลุ่มอุตสาหกรรมเสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า อาหาร เป็นกลุ่มที่ต้องการใช้แรงงานค่อนข้างมาก แต่ปรากฏว่ามีไม่เพียงพอ
สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาของบีโอไอ ในการอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าว บริษัทที่ขอใช้แรงงานต่างด้าวต้องได้รับบีโอไอมาก่อนและใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากบีโอไอหมดแล้ว และขยายการลงทุนเพิ่มเติม โดยต้องเป็นบริษัทที่ลงทุนในไทยมานานกว่า 20 ปี
จำนวนเงินลงทุนต้องมีไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท แรงงานต่างด้าวที่นำมาใช้ต้องถูกกฎหมาย และมีสัดส่วน 15% ของแรงงานที่จะจ้างใหม่ ขณะนี้มีเพียงรายเดียวที่ผ่านการพิจารณา
นอกจากนี้ ส.อ.ท.เตรียมจะนำเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่แก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ โดย พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอก็เป็นหนึ่งในกฎหมายที่ต้องเร่งปรับแก้ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในอนาคตให้เดินหน้าได้ และมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องแรงงาน รวมทั้งกฎหมายศุลกากร เป็นต้น







