
13 วัน...เปลี่ยนวิกฤตเป็นประวัติศาสตร์
ทุกคนที่นั่งลุ้นนักหวดจากแดนกระทิง ต่างรู้สึกโล่งอกที่พวกเขาคาดผิด เมื่อได้เห็น นาดาล ชูโทรฟีศึกเฟรนช์ฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่
ทุกคนที่นั่งลุ้นนักหวดจากแดนกระทิง ต่างรู้สึกโล่งอกที่พวกเขาคาดผิด เมื่อได้เห็น นาดาล ชูโทรฟีศึกเฟรนช์ฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่
โดย...ลา มาส เฟลีซ
หลัง ราฟาเอล นาดาล (มือ 1 โลก/สเปน) เพิ่งพ่าย โนวัก โจโควิช (2/เซอร์เบีย) บนเคลย์คอร์ตถึง 2 ครั้งติดในรอบชิงชนะเลิศทั้งที่กรุงมาดริดและกรุงโรม ซึ่งถือเป็นรายการอุ่นเครื่องก่อนศึกแกรนด์สแลมคอร์ตดิน “เฟรนช์ โอเพน” ณ โรลองด์ การ์รอส กรุงปารีส, ฝรั่งเศส หลายคนรวมถึงทีมงานของ ราฟา โดยเฉพาะ ลุงโทนี่ของเขาที่ทำหน้าที่โค้ช ก็เชื่อว่า “ราชาคอร์ตดิน” กำลังเจอวิกฤตครั้งใหญ่ซะแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่นั่งลุ้นนักหวดจากแดนกระทิง ต่างรู้สึกโล่งอกที่พวกเขาคาดผิด เมื่อได้เห็น นาดาล ชูโทรฟีศึกเฟรนช์ฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ทำสถิติแชมป์ 6 สมัยเทียบเท่า บียอร์น บอร์ก ตำนานนักหวดชาวสวีดิช
“แชมป์เก่า” นาดาล ออกแรงถึง 3 ชั่วโมง 40 นาที ก่อนพิชิตอดีตมือ 1 โลก โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (3/สวิส) 7-5, 7-6 (7/3), 5-7, 6-1 ทั้งที่ในคอร์ตฟิลิปป์ ชาทริเอร์ เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ “โรเจอร์ โรเจอร์” ลั่นสนาม
นอกจากรักษาตำแหน่งมือ 1 โลกไว้ได้แล้ว นาดาล ยังคว้าแกรนด์สแลมมาเชยชมเป็นครั้งที่ 10 อีกด้วย จากการกวาดแชมป์ออสเตรเลียน โอเพน 1 (2009), วิมเบิลดัน 2 (2010, 2008), เฟรนช์ โอเพน 6 (2011, 2010, 2008, 2007, 2006, 2005) และยูเอส โอเพน (2010)
หาก ราฟา วัย 25 สามารถรักษาฟอร์มการเล่นและสภาพร่างกายไว้ได้ ก็น่าจะไล่ทุบสถิติแชมป์แกรนด์สแลมของ บอร์ก กับ ร็อด เลเวอร์ (11 สมัย) และ รอย เอเมอร์สัน (12) เร็วๆ นี้ และในอนาคตอันไม่ไกลนัก อาจถึงกับแซง พีท แซมพราส (14) และเจ้าของสถิติสูงสุด เฟเดอเรอร์ (16) ก็เป็นได้
“ราชาคอร์ตดิน” ชาวสเปน ทำสถิติแชมป์เฟรนช์ฯ เท่ากับ บอร์ก โดยใช้เวลาเพียง 7 ปี ขณะที่ บอร์ก ใช้เวลาถึง 8 ปี
“ผมพูดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ผมจะทำทุกอย่างเพื่อพลิกสถานการณ์ มันเป็นความพอใจส่วนตัวหากสามารถชนะรายการนี้ โดยเฉพาะเมื่อผมเริ่มต้นได้ไม่ดีเลย” ราฟา กล่าวถึงพัฒนาด้านการเล่นภายใน 2 สัปดาห์
นักหวดถนัดซ้ายทำตามที่เขาพูดได้จริงๆ หลังออกสตาร์ทแมตช์แรกโดยต้องเหนื่อยแสนสาหัส ก่อนแซงชนะ จอห์น อิสเนอร์ (สหรัฐ) 3-2 เซต เรียกว่าหวิดสิ้นชื่อ “ราชาคอร์ตดิน” ร่วงตั้งแต่รอบแรกเลยทีเดียว
“มันจะเป็นสิ่งที่ผมลืมไม่ได้เลย สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมในทัวร์นาเมนท์นี้ เป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถจินตนาการได้ แม้มันจะอยู่ในฝันที่ดีที่สุดของผม” ราฟา ให้สัมภาษณ์หลังชูถ้วยเฟรนช์ฯ ใบที่ 6
ด้าน ลุงโทนี ที่เฝ้าฟูมฟักประสิทธิ์ประศาสตร์วิชาหวดลูกสักหลาดให้หลานรัก ก็บอกว่ามันเป็นแมตช์ที่ยากที่สุด เพราะ ราฟา เกร็งมาก จึงตีได้ไม่ค่อยดี และทำให้กังวลอยู่ตลอด ซึ่งความเกร็งน่าจะเกิดจาก “การที่แพ้ให้โจโควิช” ถึง 4 ครั้งในปีนี้ (คอร์ตดิน 2, ฮาร์ดคอร์ต 2)
นอกจากนี้ โค้ชโทนี่ ยังเชื่อว่าจุดเปลี่ยนของ ราฟา คือ การเอาชนะ โรบิน โซเดอร์ลิง (5/สวีเดน) ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และก็เล่นได้ดีขึ้นมากหลังผ่านนักหวดไวกิ้งมาได้ โดย นาดาล เคยพูดกับ คาร์ลอส คอสตา หนึ่งในสตาฟโค้ชว่า “เราจะชนะ โซเดอร์ลิง และมันจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง”
ถ้าการเกร็งทำให้เล่นได้ไม่ค่อยดี สำหรับแกรนด์สแลมที่เหลืออีก 2 รายการ (วิมเบิลดัน, ยูเอส โอเพน) แฟนๆ ของ ราฟา คงไม่ต้องกังวลนัก เพราะลุงของเขาเชื่อว่าชัยชนะครั้งนี้ “กู้” วิกฤติฤดูกาลนี้ไว้แล้ว
“ความจริงก็คือ การคว้าชัยชนะในศึกแกรนด์สแลม ถือเป็นจุดหมายในแต่ละฤดูกาลของผู้เล่นระดับท็อป ซึ่งมันจะทำให้คุณรู้สึกสงบขึ้น” ลุงโทนี กล่าว
ดูสถิติ ราฟา ไปแล้ว มาถึงประวัติศาสตร์เทนนิสแดนมังกรกันบ้าง เพราะไม่พูดถึงไม่ได้เลย นั่นคือ นัดชิงชนะเลิศ หญิงเดี่ยว ศึกเฟรนช์ฯ วันเสาร์ที่ผ่านมา โดย หลี่นา (จีน) ปราบ “แชมป์เก่า” ฟรานเชสกา สเคียโวเน (อิตาลี) 6-4, 7-6 (7/0) ผงาดชูโทรฟีแกรนด์สแลม เป็นคนแรกของจีนรวมถึงเอเชียด้วย
นักหวดจากวูหั่น ยอมรับว่าเธอไม่เคยคิดถึงการคว้าโทรฟีที่ โรลองด์ การ์รอส เลย เพราะมันไม่ใช่คอร์ตที่เธอถนัดที่สุด แถมก่อนหน้านี้ไม่เคยผ่านรอบ 4 ได้เลย
“เมื่อสามารถชนะ (แกรนด์สแลม) รายการแรก แน่นอนต้องคิดถึงรายการที่สอง ตอนนี้ฉันมีความมั่นใจมากขึ้นในการเล่นบนคอร์ตอื่น และหวังว่าจะทำให้เด็กจีนหันมาสนใจเทนนิสมากขึ้น รวมทั้งมีแชมป์ชาวจีนอีกหลายคน” หลี่นา กล่าว
นอกจากนี้ อาหมวยวัย 29 ที่ขยับจากอันดับ 7 ขึ้นมือ 4 โลก จากการประกาศเวิลด์แรงกิง วานนี้ ยังเชื่อว่าอายุเป็นแค่ “การขีดเขียนบนกระดาษ” เท่านั้น เพราะหากยังแข็งแรง เธอก็ตั้งใจจะเล่นต่อไปเรื่อยๆ







