
แสนสิริผุดรง.บ้านสำเร็จรูป
แก้แรงงานขาดต้นทุนพุ่งชี้อนาคตใช้กับทุกโครงการ
แก้แรงงานขาดต้นทุนพุ่งชี้อนาคตใช้กับทุกโครงการ
แสนสิริเท 500 ล้านบาท ผุดโรงงานสร้างบ้านสำเร็จรูป รับวิกฤตแรงงานขาดแคลน ต้นทุนพุ่ง
นายเมธา อังวัฒนพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมแผนก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูป หรือพรีคาสต์ (Precast) สำหรับบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียมบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ย่านลำลูกกา ใช้งบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท
โรงงานดังกล่าวจะแล้วเสร็จและเริ่มผลิตได้ในต้นปี 2555 โดยในเฟสแรกจะใช้พื้นที่ 30-40 ไร่ มีกำลังการผลิต 150 หลังต่อเดือน หรือ 1,800 หลังต่อปี และหากยังมีความต้องการเพิ่มขึ้น ก็พร้อมขยายการผลิต
ก่อนหน้านี้ บริษัทมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปแบบขนาดเล็ก 2 แห่ง ที่ย่านรามอินทราและถนนสาย 345 มีกำลังการผลิตแห่งละ 30-40 หลังต่อเดือน ซึ่งหลังจากโรงงานลำลูกกาพร้อมผลิต บริษัทจะปิดโรงงานที่ถนนสาย 345 เหลือที่รามอินทราไว้
ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนเปิดโรงงานพรีคาสต์อย่างเป็นทางการ เป็นผลมาจากการรองรับปัญหาขาดแคลนแรงงานที่วิกฤตต่อเนื่อง และคาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้น จึงต้องวางแผนรับมือไว้เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการสร้างที่อยู่อาศัยและยอดขาย เพราะปัจจุบันโครงการบางแห่งของแสนสิริที่ใช้การก่อสร้างรูปแบบเก่า เจอปัญหาก่อสร้างล่าช้า เพราะแรงงานขาดแคลน ซึ่งการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ใช้ชิ้นส่วนสำเร็จรูป จะใช้คนงานน้อยลงเกือบ 50%
“เราใช้เวลาในการศึกษามาประมาณ 3 ปีแล้ว โดยเริ่มทดลองจากการสร้างโรงงานขนาดเล็กที่รามอินทราและถนนสาย 345 ก่อน จนแน่ใจว่าคุณภาพใช้ได้ ผู้บริโภครับได้จึงพร้อมที่จะเดินหน้าโรงงานลำลูกกา” นายเมธากล่าว
นอกจากนี้ ต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นยังเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมาทำการก่อสร้างระบบใหม่ๆ เพื่อควบคุมต้นทุนก่อสร้างให้คงที่ได้มากที่สุด อีกทั้งการก่อสร้างสำเร็จรูปยังลดระยะเวลาก่อสร้างได้เกือบ 50% จากปกติก่อสร้างบ้านเดี่ยวจะใช้เวลาถึง 6-7 เดือน แต่ระบบพรีคาสต์ใช้เวลาเพียง 75 วันเท่านั้น ให้รอบการหมุนเวียนกระแสเงินสดดีขึ้น จากเดิมอยู่ที่ 1 รอบครึ่ง เป็น 34 รอบ
สำหรับโครงการของแสนสิริที่ใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปจาก 2 โรงงานปัจจุบัน คือ กลุ่มบ้านเดี่ยวแบรนด์ฮาบิเทีย แต่หากโรงงานใหม่สำเร็จจะขยายไปยังบ้านเดี่ยวสราญสิริ บุราสิริ ที่มีราคาตั้งแต่ 3-7 ล้านบาท
“ระบบก่อสร้างสำเร็จรูปไม่ใช่สำหรับที่อยู่อาศัยต้นทุนต่ำอีกต่อไป แต่จะเข้ามาแทนที่การก่อสร้างทุกประเภทที่อยู่อาศัยและทุกระดับราคา ซึ่งในอนาคตบ้านราคาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ก็จำเป็นต้องมี” นายเมธา กล่าว







