posttoday
จัดพอร์ตรับศก.ฟื้น

จัดพอร์ตรับศก.ฟื้น

06 มิถุนายน 2554

อยุธยาแนะลุยหุ้น-อสังหาฯ-ทองพ่วงตลาดหุ้นจีนเด่นสุดในเอเชีย

อยุธยาแนะลุยหุ้น-อสังหาฯ-ทองพ่วงตลาดหุ้นจีนเด่นสุดในเอเชีย

บลจ.อยุธยา ชี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงฟื้นตัว แนะจัดพอร์ตลงทุนหุ้น-อสังหาฯ-ทอง พ่วงตลาดหุ้นจีนแววรุ่ง “ไทยพาณิชย์-วรรณ” ขายกองตราสารหนี้

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อยุธยา เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยใน 1-2 ปีข้างหน้ายังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวและเฟื่องฟูในลำดับต่อไป จึงมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์และสินค้าโภคภัณฑ์จะเหมาะกับวงจรการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2554 บลจ.อยุธยา คาดไว้ที่ระดับ 5% ต้นๆ และอัตราเงินเฟ้อคาดว่าอยู่ที่ 4% ในปีนี้ และเกิน 4% ในปีหน้า ดังนั้นต้องฝากเงินหรือลงทุนให้ได้มากกว่า 4% ซึ่งเงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับสูง การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสินค้าโภคภัณฑ์น่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี

จัดพอร์ตรับศก.ฟื้น

ทั้งนี้ ดอกเบี้ยขาขึ้น การลงทุนในเงินฝากและตั๋วเงินระยะสั้นน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยต้องจัดพอร์ตกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างๆ

“ภาพรวมไทยยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว การบริโภคภายในประเทศดีขึ้นต่อเนื่อง การก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสายและแอร์พอร์ตลิงก์ ทำให้ราคาที่ดินในแนวรถไฟฟ้าปรับตัวขึ้น จึงมองว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ใน 5-10 ปีข้างหน้ายังดี” นายประภาส กล่าว

สำหรับหุ้นไทยปัจจุบันซื้อขายแถวๆ 1,000 จุด สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ 12 เท่า และคาดว่าปีหน้าจะอยู่ที่ 11 เท่าเศษ ซึ่งยังถูกกว่าตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเติบโตน้อยกว่าเศรษฐกิจในภูมิภาค ทำให้ราคาหุ้นจึงถูกกว่า โดยเป็นรองตลาดหุ้นเกาหลีใต้เท่านั้น ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตได้ดี

นายประภาส กล่าวว่า สำหรับทิศทางเศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวเช่นกัน โดยมองว่าสหรัฐยังอยู่ระหว่างแก้ไขปัญหาหนี้สินและขาดดุลที่ยังสูง จึงรอการฟื้นตัวจากนี้ 5-10 ปี เศรษฐกิจจึงจะแข็งแรง แต่ภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังมีทิศทางที่ดี แม้การเติบโตอาจชะลอตัว โดยมองว่าปีนี้และปีหน้าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตกว่า 2-3% ขณะที่ยุโรปแม้จะมีปัญหาเรื่องหนี้ แต่โดยรวม 1-2 ปี ยังเติบโต 12% ส่วนญี่ปุ่นหลังจากเกิดสึนามิทำให้ใน 2 ปีข้างหน้าจะมีการลงทุนค่อนข้างมาก

สำหรับจีนยังโดดเด่นที่สุดในเอเชีย 5 ปีที่ผ่านมา เติบโต 10% และปีหน้าคาดว่าจะโต 7% แต่อัตราเงินเฟ้อยังสูง ทำให้รัฐบาลต้องเข้ามาแทรกแซงไม่ให้ตลาดหุ้นร้อนแรงเกินไป หลังจากดึงไม่ให้อสังหาริมทรัพย์ร้อนแรงไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม มองว่าหลังจากภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง รัฐบาลจีนจะกระตุ้นตลาดหุ้นต่อ หุ้นจีนจึงน่าลงทุน โดย 5 ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทน 100% แต่ 3 ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนติดลบ 2%

นายประภาส กล่าวว่า ในส่วนของทองคำมองว่าควรมีอยู่ในพอร์ตลงทุน เพราะราคายังขึ้นได้จากเงินเฟ้อที่สูง รวมถึงความขัดแย้งตะวันออกกลางที่หนุนให้นักลงทุนมาซื้อทองเพื่อความปลอดภัย

ด้านนางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเสนอขาย 4 กองทุน มูลค่ารวม 1.8 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาการลงทุนตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 1 ปี เช่น เงินฝากธนาคารต่างประเทศผสมตราสารหนี้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ ประเภท Euro Medium Term Note ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาลไทยผสมเงินฝากธนาคารต่างประเทศ คาดให้ผลตอบแทน 2.3-3.4% ต่อปี ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท


กองทุนที่เสนอขายตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 6 มิ.ย.2554 ประกอบด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1Y3 มูลค่ากองทุน 10,000 ล้านบาท อายุ 1 ปี คาดผลตอบแทนประมาณ 3.40% ต่อปี พร้อมปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว โดยมีนโยบายลงทุนใน Euro Medium Term Note (EMTN) ของ The ExportImport Bank of Korea และ The Korea Development Bank ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือ A+(Fฟิทช์) ในสัดส่วน 25% เท่ากัน สัดส่วนที่เหลือเป็นเงินฝากธนาคาร China Construction Bank 25% เงินฝากธนาคาร Bank of China 20% อันดับความน่าเชื่อถือ A(ฟิทช์) และพันธบัตรรัฐบาลไทย 5%

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาล 3M53 มูลค่า 3,000 ล้านบาท อายุ 3 เดือน เน้นลงทุนในตั๋วเงินคลัง 99% ส่วนที่เหลือเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ คาดผลตอบแทนประมาณ 2.30% ต่อปี

นอกจากนี้ยังมีกองทุนเปิดไทยพาณิชย์

น.ส.ทิวารัตน์ เตชะมีเกียรติชัย กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บลจ.วรรณ เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดขายกองทุนเปิดวรรณตราสารหนี้ 3M2 (1FIX3M2) ระหว่างวันที่ 6-13 มิ.ย. 2554 ลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย หรือตราสารหนี้ที่มีคุณภาพที่เสนอขายในประเทศและหรือต่างประเทศ โดยกองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติทุกๆ 3 เดือน เฉพาะในส่วนของดอกเบี้ย คาดผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 2.8% ต่อปี

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท