posttoday
ค่ายรถรวมพลังฮึดสู้สึนามิ พลิกตลาดสู่เป้า1.8ล้านคัน

ค่ายรถรวมพลังฮึดสู้สึนามิ พลิกตลาดสู่เป้า1.8ล้านคัน

06 มิถุนายน 2554

หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น เขตเซนไดซึ่งเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์

หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น เขตเซนไดซึ่งเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์

ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยต่างก็ต้องปรับแผนเพื่อรับมืออย่างเต็มรูปแบบ

ในช่วงแรกหลังเกิดเหตุการณ์ที่ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบทั้งหมดได้ ค่ายรถทำได้เพียงรักษาการผลิตเอาไว้ให้ได้นานที่สุดด้วยจำนวนชิ้นส่วนที่มีอยู่ในสต๊อก ซึ่งตอนแรกขีดเส้นตายกันที่เทศกาลสงกรานต์ว่าจะรักษาการผลิตได้ที่ระดับเดิม

เมื่อสถานการณ์ทั้งหมดยังคงเลวร้ายเหมือนเดิม ในที่สุดค่ายรถแต่ละรายก็ต้องยอมจำนน โดยประกาศหยุดไลน์ผลิตลงตามความเหมาะสม ซึ่งยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าลดกำลังการผลิตใน 3 โรงงานถึง 70% ฮอนด้าลดไปมากกว่า 50% รวมถึงอีซูซุที่กำหนดดูสถานการณ์ 1 เดือน

ค่ายรถรวมพลังฮึดสู้สึนามิ พลิกตลาดสู่เป้า1.8ล้านคัน

แต่ล่าสุดสถานการณ์กลับมาคลี่คลายเร็วกว่าที่คาดไว้ เมื่อโตโยต้าเริ่มกลับมาเดินสายการผลิตที่ 2 กะ ไม่รวมโอที ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา อีซูซุประกาศเดินสายการผลิต 2 กะ ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. ขณะที่ฮอนด้าที่โดนหนักกว่ารายอื่น ก็ประกาศเดินสายการผลิต 80% ในเดือน ก.ค.นี้

น่าจับตาว่าจากนี้ไปค่ายรถจะมีความพร้อมเพียงใดในการผลักดันตลาดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง และจะบรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้ทั้งเรื่องการผลิตและยอดจำหน่ายในประเทศได้หรือไม่

วัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ แสดงความเห็นว่า แม้ ศุภรัตน์ ศิริสุวรรณากูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะออกมาประเมินว่าการผลิตรถยนต์ในปีนี้จะหดตัวกว่าเป้าหมายเดิม 10% หรือลดลงเหลือราว 1.6 ล้านคันนั้น แต่ในความเป็นจริงเชื่อว่าทุกค่ายจะเร่งมือผลิตเพื่อให้เข้าใกล้เป้าหมายเดิม 1.8 ล้านคันให้ได้

นอกจากนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์มีการเติบโตที่เหนือกว่าเป้าหมาย 10% ที่ตั้งเอาไว้มาก ทำให้มีการผลิตรถยนต์มากกว่าเป้าหมายอยู่แล้ว เชื่อว่าหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ผู้ประกอบการก็พร้อมเร่งมือผลิตได้ทันที

“ในช่วงที่ผ่านมา ความต้องการรถยนต์ไม่ได้หายไปไหน เห็นได้จากผู้ประกอบการที่มีสต๊อกรถอยู่ มียอดขายที่เติบโตขึ้นมาก ขณะที่ในช่วงที่เหลือรายใหญ่ที่เสียโอกาสสร้างยอดขายก็ต้องเร่งมือกันให้มาก ผมเชื่อว่า 1.8 ล้านคันเป็นตัวเลขที่ทำได้แน่ แม้จะยังกังวลตลาดส่งออกที่หดตัวในบางประเทศก็ตาม”

แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ประเมินว่าการแข่งขันในตลาดรถยนต์ในช่วงที่เหลือของปี จะกลับมารุนแรงอีกครั้งในช่วงเดือน ก.ย.เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ค่ายรถแต่ละรายเริ่มเดินสายการผลิตเต็มที่ 2 กะพร้อมโอทีอีกครั้ง

สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก็คือ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการเปิดตัวสินค้าใหม่ในประเทศไทย ซึ่งก่อนที่จะเกิดปัญหาค่ายรถญี่ปุ่นต่างก็มีแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ในประเทศไทยหลายรุ่นในหลายเซ็กเมนต์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประเมินว่าจะส่งผลกระทบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวมหรือไม่

“สิ่งที่ต้องจับตาดูก็คือ หลังจากได้ชิ้นส่วนกลับมาแล้ว ผู้ผลิตรถยนต์จะทำอย่างไร บางค่ายอาจชิงเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อชดเชยตลาดที่ขาดหายไปเลย ใครที่แบกออร์เดอร์ไว้ก็อาจต้องเร่งเคลียร์สต๊อกเดิมๆ นิสสัน มาร์ช จะเลื่อนเปิดตัวรุ่นซีดานออกไปหรือไม่ ฮอนด้าจะจัดการปัญหาเรื่องบริโอ้อย่างไร เพราะล่าสุดกำหนดการส่งมอบก็ยังอยู่ในช่วงเดือน ก.ย.เหมือนเดิม”

กลับไปดูแผนการเปิดตัวรถยนต์ในช่วงที่เหลือของปีตามที่มีการคาดการณ์ไว้ ในส่วนของค่ายที่ไม่ได้รับผลกระทบมากมายจากปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ยืนยันจะเปิดตัวรถยนต์ใหม่ของตัวเองต่อไป เช่น จีเอ็ม ที่เตรียมเปิดตัวแคปติว่า ไมเนอร์เชนจ์ในเดือนนี้ และยังคงกำหนดการเปิดตัวโคโรลาโดใหม่ในช่วงสิ้นปีนี้ หรือฟอร์ดที่ยังเดินหน้าแผนการพัฒนาเรนเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง และคงกำหนดการเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น

ขณะที่โตโยต้าตัดสินใจเดินหน้าโครงการไมเนอร์เชนจ์รถปิกอัพอย่างวีโก้ในเดือน ก.ค.ตามแผน ฝั่งฮอนด้าคงต้องยอมรับสภาพกับการเดินหน้าทำตลาดสินค้าที่มีอยู่ โดยแกล้งทำลืมโครงการรถยนต์ใหม่ที่มีแผนเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นซิตี้ ซีเอ็นจี ที่เดิมกำหนดไว้ในช่วงไตรมาส 3 และอาจส่งผลกระทบไปถึงฮอนด้า ซีวิคใหม่ ที่ตามแผนน่าจะเข้าสู่ตลาดประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ ขณะที่โปรเจกต์มาร์ช ซีดานของนิสสัน ก็น่าจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

ขณะที่ค่ายรถรายอื่นๆ ที่มีปัญหาน้อยกว่า จะเข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันตลาด เริ่มจากมาสด้า ที่จะส่งมอบมาสด้า 3 ใหม่ให้กับลูกค้าในเดือนนี้ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าสำหรับเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรออกมา หรือมิตซูบิชิ ที่อาศัยช่วงเวลาที่ค่ายอื่นชะลอตัว เร่งเคลียร์สต๊อกสินค้าอย่างต่อเนื่อง

แม้แผนการต่างๆ อาจจะได้รับผลกระทบจนชะลอไปจากเวลาปกติไปบ้าง แต่เชื่อว่าค่ายรถทุกรายคงไม่อยากเห็นตลาดถดถอยในภาวะที่ดีมานด์ในตลาดยังขยายตัวต่อเนื่อง

หลังเดือน ก.ย.เป็นต้นไป จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าค่ายรถจะพลิกกลยุทธ์ใดมาสู้ และจะมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย 1.8 ล้านคันได้ดังหวังหรือไม่!!!

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ