
เงินไหลเข้า-ออกเร็วจี๋ เหมือนเปิด-ปิดสวิทช์
ปัญหาเงินทุนต่างประเทศที่ดาหน้าทะลักเข้ามาหากินจากส่วนต่างดอกเบี้ย
ปัญหาเงินทุนต่างประเทศที่ดาหน้าทะลักเข้ามาหากินจากส่วนต่างดอกเบี้ย
ของไทยกับสหรัฐที่แตกต่างกันอยู่ร่วม 2.50-2.75% ยังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ตลาดการเงิน บรรดาผู้นำเข้าส่งออกจะต้องเกาะติด
การขึ้นลงของค่าเงินเพียง 10-20 สตางค์ต่อเหรียญสหรัฐ อาจดูน้อยในสายตาคนทั่วไป แต่ในตลาดเงินแล้วมีความหมาย
เนื่องเพราะตลาดเงินมีการซื้อขายกันวันละร่วม 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เดือนละ 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
เผลอเมื่อใดอาจทำให้ต้นทุนหาย กำไรหดจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผกผันเอาได้ง่ายๆ
ผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การเคลื่อนย้ายเงินทุนในช่วงนี้ถือว่ามีความผันผวนมากขึ้นกว่าเดิม โดยเงินทุนจะเข้าและออกเร็ว เนื่องจากกังวลความเสี่ยงจากสถานการณ์ปัญหาทางเศรษฐกิจโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้น
ทั้งนี้ จากการติดตามดูข้อมูลเบื้องต้นพบว่าช่วงเดือน เม.ย.เงินทุนไหลเข้ามาไทยในปริมาณค่อนข้างมากกว่าช่วงไตรมาสแรกของปี แต่พอถึงเดือน พ.ค.เงินทุนกลับไหลออกอย่างรวดเร็ว
เงินไหลออกทั้งจากตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ ทั้งที่ปกติแล้วเงินที่ลงทุนในตลาดตราสารหนี้มักจะเป็นเงินทุนที่ไม่ค่อยจะเข้าออกเร็ว แต่ก็เป็นไปได้ว่าผลจากอัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาวที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน มีผลให้นักลงทุนเลือกเข้าออกเร็วขึ้นด้วย แต่ส่วนที่ไหลออกไปก็มีทั้งที่ถือครบกำหนดด้วย
มาถึงตอนนี้ปรากฏว่าเงินทุนเริ่มไหลเข้าไทยระลอกใหม่ปรากฏขึ้นอีกแล้ว
“ตอนนี้เงินทุนเริ่มไหลเข้ามาอีกแล้ว เข้ามาทั้งหุ้นและตราสารหนี้ โดยเงินทุนเข้าออกเร็ว แทบจะเหมือนกับการเปิดปิดสวิตช์ไปเลย ปัจจัยหลักๆ ที่มีผลกับเงินทุนช่วงนี้ยังเป็นปัจจัยจากภายนอกประเทศ จากความเสี่ยงในยุโรป ซึ่งภาวะเหล่านี้ก็ส่งผลต่อค่าเงินบาทบ้าง” ผ่องเพ็ญ ระบุ
ผ่องเพ็ญ กล่าวว่า ถึงเงินทุนช่วงนี้จะเคลื่อนย้ายเร็วขึ้น แต่ก็กระทบค่าเงินบาทไม่มาก เห็นได้จากค่าเงินบาทค่อนข้างนิ่งยืนอยู่ในระดับใกล้เคียงระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างสมดุลกับคำสั่งซื้อของผู้ประกอบการทั้งในภาคส่งออกและนำเข้า
จังหวะนี้ถือเป็นโอกาสที่ค่อนข้างดีมากสำหรับนักลงทุนไทยที่จะไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะการไปซื้อกิจการในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพของไทยเลือกไปลงทุนซื้อกิจการที่อยู่ในต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ
“สถานการณ์เช่นนี้ช่วยส่งผลดีในการ สร้างสมดุลระหว่างเงินทุนไหลเข้าและไหลออก ทำให้ค่าเงินบาทไม่ผันผวนมากเกินไป ธปท.ก็ไม่ต้องทำอะไรมากนักถ้าเงินเข้าออกสมดุล ซึ่ง ธปท.ก็เห็นด้วยและอยากส่งเสริมให้นักลงทุนไปลงทุนในต่างประเทศด้วย เพราะถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของภาคเอกชน ธปท.ก็พยามเปิดทางให้” ผ่องเพ็ญ กล่าว
ทั้งนี้ หากพิจารณาจากข้อมูลดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายหรือปริมาณเงินทุนไหลเข้าไหลออกจะพบเห็นความผันผวน
เดือน ม.ค.มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 894 ล้านเหรียญสหรัฐ
เดือน ก.พ.ไหลออกสุทธิ 44 ล้านเหรียญสหรัฐ
เดือน มี.ค.ไหลออกสุทธิ 611 ล้านเหรียญสหรัฐ
ล่าสุดในเดือน เม.ย.มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 2,005 ล้านเหรียญสหรัฐ
ภาวะเช่นนี้ผู้ประกอบการต้องใส่ใจเป็นพิเศษ







