
กรีซเล็งรัดเข็มขัดแน่นกว่าเดิม
แลกความช่วยเหลือก้อนใหม่ ยุโรปเห็นพ้องเจ้าหนี้ต้องเฉือนเนื้อช่วยกรีซด้วย
แลกความช่วยเหลือก้อนใหม่ ยุโรปเห็นพ้องเจ้าหนี้ต้องเฉือนเนื้อช่วยกรีซด้วย
กรีซเตรียมรัดเข็มขัดครั้งใหญ่ ยุโรปเห็นชอบแผนช่วยเหลือใหม่ ให้เจ้าหนี้ต้องเสียสละด้วย
กรีซเตรียมใช้มาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มข้นมากกว่าเดิมเพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก้อนต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้เสีย ขณะที่ยุโรปเริ่มมีความเห็นบรรดาเจ้าหน้าที่กรีซควรยอมลดหนี้ลงบ้างเพื่อรับผิดชอบต่อวิกฤตร่วมกัน
นายกรัฐมนตรี จอร์เก ปาปันดรู ของกรีซ ได้เสนอแผนรัดเข็มขัดขึ้นต่อสภาเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นร่างงบประมาณกลางเทอม โดยที่ในขณะเดียวกัน บรรดากลุ่มฝ่ายซ้ายในกรีซก็เริ่มก่อตัวประท้วงระลอกใหม่เพื่อประท้วงแผนรัดเข็มขัดดังกล่าว และประณามนโยบายดังกล่าวว่าจะทำให้เหล่าลูกจ้างแรงงานกลายสภาพเป็นเพียง “ทาสแรงงานยุคใหม่” เท่านั้นเอง
ขณะเดียวกันทางด้านบรรดาเจ้าหน้าที่กลุ่มประเทศยูโรโซน ซึ่งเปิดประชุมกันที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย ได้เห็นพ้องในหลักการในโครงการช่วยเหลือกรีซครั้งใหม่เป็นระยะเวลา 3 ปี ไปจนถึงกลางปี 2014 ซึ่งโครงการนี้จะใช้แทนที่โครงการช่วยเหลือกรีซมูลค่า 1.10 แสนล้านเหรียญสหรัฐทันที
ภายใต้แผนการใหม่ดังกล่าว จะให้ภาคเอกชน และนักลงทุนต้องร่วมเสียสละในการช่วยเหลือกรีซครั้งนี้ด้วย โดยแหล่งข่าวจากที่ประชุมเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า นักลงทุนที่ถือพันธบัตรรัฐบาลกรีซสมควรที่จะต้องเสียสละด้วยเช่นกัน เช่น การลดมูลค่าหนี้ลง
อย่างไรก็ตาม ทางด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังมีความเห็นแย้งต่อประเด็นดังกล่าว โดยเห็นว่า อาจจะก่อให้เกิดภาวะวิกฤตขึ้นในหมู่ธนาคารของยุโรป ซึ่งแต่ละแห่งต่างก็ถือพันธบัตรรัฐบาลกรีซไว้เป็นจำนวนมหาศาล
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนต่อการแก้ปัญหากรีซนั้นควรจะมีขอบเขตจำกัดเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาทางเครดิตให้กับยุโรปโดยรวม เช่น หากกรีซจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทั้งสิ้น 8.5 หมื่นล้านยูโรในระยะ 3 ปีนี้ ทางด้านอียู และไอเอ็มเอฟจะร่วมสมทบทุนที่ราว 34 หมื่นล้านยูโร ส่วนที่เหลือจะมาจากภาคเอกชนในรูปแบบการลดมูลค่าหนี้ และจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
รายงานระบุว่า ภาคเอกชนซึ่งเป็นเจ้าหนี้นั้นอาจจำเป็นที่จะต้องทำการแลกเปลี่ยน หรือสวอป พันธบัตรชุดเดิมเป็นพันธบัตรชุดใหม่ ซึ่งจะมีระยะครบกำหนดชำระเลื่อนออกไปอีก 10-15 ปี และการเข้ามามีส่วนร่วมนั้นจะให้เป็นไปโดยการสมัครใจ







