
ร้องท่าเรือกรุงเทพแออัด
เอกชนร้องท่าเรือกรุงเทพ แก้ปัญหาแออัด สินค้าค้างนาน ส่งออกไม่ทัน ต้นทุนพุ่ง 875 ล้าน
เอกชนร้องท่าเรือกรุงเทพ แก้ปัญหาแออัด สินค้าค้างนาน ส่งออกไม่ทัน ต้นทุนพุ่ง 875 ล้าน
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้หารือแนวทางการแก้ปัญหาความแออัดของท่าเรือกรุงเทพ ร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย สมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือและผู้ส่งออก เนื่องจากมีสินค้าติดค้างอยู่ในท่าเรือนานอย่างน้อย 7 วัน ทำให้ส่งต่อไปเรือแม่ที่ท่าเรือศูนย์กลางไม่ทันเวลาที่กำหนด จนเกิดการปฏิเสธการรับสินค้าจากคู่ค้า
ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้ส่งออกมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ 50 เหรียญสหรัฐต่อตู้ 20 ฟุต และ 100 เหรียญสหรัฐต่อตู้ 40 ฟุต จากสายเดินเรือ เพราะถือว่านำสินค้าออกล่าช้า ทั้งที่ความล่าช้าเกิดขึ้นจากการปิดปรับปรุงท่าเรือ และเมื่อผู้ประกอบการย้ายไปใช้ท่าเรืออื่น ก็เกิดต้นทุนการขนย้ายที่เพิ่มขึ้นอีก
“การขนถ่ายสินค้าเกิดความล่าช้าโดยขาเข้าใช้เวลา 1-2 วัน ขาออก 3-7 วัน ส่งผลให้ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่ม 875 ล้านบาท ในช่วง 5 เดือนที่ปิดปรับปรุงท่าเรือ ซึ่ง ส.อ.ท.จะเร่งประสานไปยังผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย และปลัดกระทรวงคมนาคม ให้แก้ไขให้จบภายในเดือน มิ.ย.” นายธนิต กล่าว
พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้การท่าเรือจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับรองรับตู้สินค้าเพื่อชดเชยในพื้นที่ปรับปรุง จัดทำแผนสำรองที่มีประสิทธิภาพ หรือเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง โดยยกเว้นค่าล่วงเวลา
นายสุวัฒน์ อัศวทองกุล นายกสมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพ กล่าวว่า ได้เสนอให้ใช้ระบบจองท่าเรือที่แน่นอนแทนการใช้ระบบ ใครมาก่อนเข้าท่าก่อน โดยปัจจุบันสายเดินเรือได้ย้ายไปใช้ท่าเรือแหลมฉบังเกือบ 40-50%
นายโกมล ศรีบางพลีน้อย รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการเรือและสินค้าท่าเรือกรุงเทพ กล่าวว่า ภายในเดือน ต.ค. พื้นที่ที่ปิดปรับปรุงน่าจะเปิดได้ครบทั้ง 7 ท่า จากปัจจุบันที่เปิดให้บริการ 5 ท่า เมื่อถึงเวลานั้นปัญหาก็น่าจะคลี่คลายไป ส่วนเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องการให้มีระบบจองท่านั้นคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากจะทำให้สายเดินเรือขนาดเล็กถูกปิดกั้น







