posttoday
หุ้นเดือน มิ.ย. ลงน่าช้อน

หุ้นเดือน มิ.ย. ลงน่าช้อน

03 มิถุนายน 2554

เหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียว ก็จะถึงวันเลือกตั้งแล้ว

เหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียว ก็จะถึงวันเลือกตั้งแล้ว

โดย..กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา 

อย่างที่ทราบว่าการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะเป็นการต่อสู้ของ 2 พรรคใหญ่ นั่นคือ พรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคเพื่อไทย (พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนเดิม) ผมเลยขอนำข้อมูลในอดีตที่เกี่ยวข้องกับ 2 พรรคใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกันระหว่างตลาดหุ้นและการเลือกตั้งของทั้งสองพรรคใหญ่มาคุยให้ฟัง

ผมขอพาทุกท่านย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2535 เมื่อครั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชวน หลีกภัย ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งนั้น ก่อนเลือกตั้ง 1 เดือน ตลาดหุ้นตอบสนองลงไป 0.9% แต่เมื่อปี พ.ศ. 2540 เป็นครั้งที่ 2 ที่ชวน หลีกภัย กลับมา ครั้งนี้ตลาดหุ้นตอบสนองต่างจากครั้งแรก คือ 1 เดือนก่อนเลือกตั้ง ตลาดหุ้นขึ้นไป 5.4%

มาดูสถิติของพรรคเพื่อไทย (พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนเดิม) กันบ้าง หัวหน้าพรรคได้เป็นนายกฯ 3 ครั้งหลังเลือกตั้ง ในครั้งแรกที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หุ้นขึ้นไป 5.1% ก่อนการเลือกตั้ง 1 เดือน แต่ครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2548 หุ้นลงไป 2.6% ก่อนวันเลือกตั้ง 1 เดือน ตามมาด้วยครั้งที่ 3 ในนามพรรคพลังประชาชน และหัวหน้าพรรคคือ สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ในครั้งนั้น 1 เดือนก่อนวันเลือกตั้ง หุ้นลงไป 1.3%

เมื่อได้ดูสถิติตัวเลขในอดีต พอจะเห็นกรอบของดัชนีหุ้นที่เคยเกิดขึ้น ช่วงก่อนเลือกตั้ง 1 เดือนของทั้งสองพรรคใหญ่ นั่นคืออยู่ระหว่าง +5.4% ถึง 2.6%

เอาสถิติมาให้ดู เพื่อใช้เป็นหนึ่งข้อมูลในการลงทุน อีกทั้งเหตุการณ์ในอดีตอาจไม่เกิดขึ้นซ้ำก็ได้ ขอให้นำปัจจัยอื่นๆ มาใช้ด้วย

กลับมาที่บรรยากาศการลงทุน คาดว่าหุ้นในช่วงต้นเดือนอาจจะเงียบๆ เพราะเป็นปกติของตลาดหุ้นบ้านเรา หลังประกาศงบไตรมาสแรกหุ้นมักจะแกว่งออกด้านข้างเพื่อรอข่าวใหม่ๆ

หลายท่านพอหุ้นเริ่มตก ชักมีคำถามซ้ำๆ เข้ามาว่า ยังยืนยันที่ดัชนี 1,300 จุด ปลายปีหรือไม่ คำตอบคือยังยืนยันอยู่ เพราะปัจจุบัน พี/อี ตลาดหุ้นบ้านเรา (ที่ดัชนี 1,100 จุด) P/E อยู่ที่ 12.7 เท่า ซึ่ง Discount จาก P/E ภูมิภาคซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 13.7 เท่า อยู่ประมาณ 7% ซึ่งประเด็นนี้มองว่า แม้ P/E ตลาดหุ้นบ้านเราจะ Discount จาก P/E ภูมิภาคอยู่เสมอ แต่ตอนนี้ไม่น่ามี เพราะ GDP ประเทศเราโตดีมาก ประมาณ 4.4% EPS โต 15.4% ผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.4%

ดังนั้น ถ้าตลาดหุ้นลงมา น่าเข้าซื้อ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Commerce และกลุ่ม ICT ที่กำไรออกมาดีเกินคาด มีโอกาสที่นักวิเคราะห์จะปรับราคาเป้าหมายกันขึ้นไป

สำหรับปัจจัยที่ต้องตามในเดือนนี้คือ QE2 ซึ่งจะหมดอายุในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งอาจทำให้มีการปรับการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลกและทิศทางเม็ดเงินว่าจะไหลไปทางไหน

ด้านราคาน้ำมันต้องตามทิศทางให้ดี อย่างที่ทราบกันว่าตลาดหุ้นบ้านเราถ่วงน้ำหนักด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ถึง 40%

ส่วนเรื่องปัญหาหนี้สินที่ยุโรป เช่น กรณีของกรีซ มีเรื่องผิดนัดชำระหนี้ และพวกบริษัทจัดอันดับได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงเรียบร้อย ผมเชื่อว่าเรื่องปัญหาในยุโรปน่าจะมีไปอีกนาน จนกว่าจะแก้ปัญหาที่นักวิชาการเขาเรียกว่า การปรับตัวทางด้านความสามารถในเชิงแข่งขันของกลุ่มประเทศที่มีปัญหาในยูโรโซน เช่น กรีซ โปรตุเกส ไอร์แลนด์ เรื่องนี้ต้องตามว่าตลาดทุนทั่วโลกจะคลายวิตกเมื่อใด

ด้านทางกราฟหุ้น ตลาดหุ้น น่าจะมีแนวรับอยู่ที่ 1,060-1,055, 1,052-1,048, 1,042-1,032 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,065 จุด 1,070-1,072 จุด 1,080-1,082 จุด

สุดท้ายเช่นทุกครั้ง การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท