posttoday
บิ๊กสหพัฒน์เทียบศก.ไทย"รถไฟเร็วสูง"

บิ๊กสหพัฒน์เทียบศก.ไทย"รถไฟเร็วสูง"

02 มิถุนายน 2554

บิ๊กสหพัฒน์ ชี้เศรษฐกิจปีนี้เทียบชั้น "สปีด เทรน" แนะรัฐบาลใหม่มุ่งนโยบายการต่างประเทศ รับไทยได้โอกาสจากอาเซียนพร้อมกระชับสัมพันธ์จีน สิ้นปีลุ้นรายได้กลุ่มแตะ2แสนล้าน

บิ๊กสหพัฒน์ ชี้เศรษฐกิจปีนี้เทียบชั้น "สปีด เทรน" แนะรัฐบาลใหม่มุ่งนโยบายการต่างประเทศ รับไทยได้โอกาสจากอาเซียนพร้อมกระชับสัมพันธ์จีน สิ้นปีลุ้นรายได้กลุ่มแตะ2แสนล้าน

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่าสำหรับเศรษฐกิจในประเทศปีนี้ ทางเครือสหพัฒน์มีความมั่นใจ จากทิศทางการเติบโตที่กำลังขยายตัวแบบ “สปรีด เทรนด์” หรือรถไฟความเร็วสูง ด้วยภาคการส่งออกในปีนี้ที่เติบโตได้ดีมาก ขณะที่สินค้าบางรายการไม่พอขาย รวมถึงกำลังซื้อในกลุ่มเกษตรกร ดีขึ้น เห็นได้จากรถบรรทุกที่ขายดีในระดับรากหญ้า เป็นต้น ซึ่งหากเงินบาทไม่แข็งค่ามากไปกว่านี้ทุกอย่างก็จะดีหมด จากที่ปัจจุบันการส่งออกของไทยได้เปลี่ยนไปยังตลาดเอเชียและอาเซียน จากเดิมที่เป็นตลาดยุโปรและสหรัฐอเมริกา

บิ๊กสหพัฒน์เทียบศก.ไทย"รถไฟเร็วสูง" บุณยสิทธิ์

นอกจากนี้ในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง จะทำให้การค้าขายโดยภาพรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนดียิ่งขึ้น พร้อมเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะไม่มีวิกฤตทางการเมืองตามมา เพราะการเลือกตั้งทำให้ทุกคนยอมรับเสียงข้างมาก และผลที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยคิดอย่างไร  โดยรัฐบาลไหนมาก็สามารถอยู่ได้ ถ้ารัฐบาลดีเราก็สามารถเดินได้เร็ว แต่ถ้ารัฐบาลไม่ดีเราก็เดินช้าลงเท่านั้น

สำหรับนโยบายหลักของเครือสหกรุ๊ป ยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้าในเครือ และขอเป็นบริษัทสุดท้ายที่ขอขึ้นราคา แม้ว่าในปัจจุบัน ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้นแล้ว 1 เท่าตัว โดยเฉพาะสินค้าผงซักฟอก บะหมี่สำเร็จรูป เครื่องสำอาง น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำหอม และสินค้าอุปโภคบริโภคบางกลุ่ม แต่ทั้งนี้ได้ปรับแผนการผลิตสินค้าใหม่ และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าให้มากที่สุด เพราะหากเครือสหพัฒน์ขึ้นราคาสินค้าแล้ว จะทำให้บริษัทอื่นในตลาดปรับราคาขึ้นตามอย่างแน่นอน

ขณะที่ผลประกอบการในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา ทั้งกลุ่มมียอดขายรวมเติบโต 13% จากปีก่อน และมียอดกำลังการผลิตสินค้าในทุกกลุ่มอยู่ในระดับ 100% รวมทั้งบางกลุ่มสินค้าที่มียอดการผลิตไม่เพียงกับตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มั่นใจว่าในสิ้นปีนี้ จะมียอดขายรวมเติบโต 15-20% จากปีก่อน หรือมียอดขายรวมประมาณ 2แสนล้านบาท

นายบุณยสิทธิ์ กล่าวว่าสำหรับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศนั้น อยากให้มุ่งความสำคัญในนโยบายตลาดต่างประเทศมากที่สุด จากเศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และไทยกำลังมีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี2558 ทำให้ตลาดการค้ามีขนาดใหญ่มาก รวมทั้งปรับกฎระเบียบการลงทุนจากต่างประเทศในด้านต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลกมากที่สุด

นอกจากนี้ประเทศไทย ยังต้องเน้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีกับประเทศจีน เพราะเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตได้เร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก รวมทั้งให้มองประเทศไปต่อเนื่องในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะไปในทิศทางใด รวมทั้งอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศนั้น ใช้นโยบายค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เพราะค่าเงินที่อ่อนค่าจะส่งผลดีต่อภาคเอกชนไทย ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น และส่งผลดีให้แรงงานมีรายได้สูงขึ้นตามไปด้วย แต่ทั้งนี้หากบาทแข็งค่าเอกชนก็จะมีรายได้ลดลง และไม่สามารถขึ้นค่าแรง

“เห็นได้จากประเทศ จีน เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย ที่บริหารค่าเงินในประเทศให้อ่อนค่าลง ส่งผลดีให้เศรษฐกิจเติบโตมากกว่าไทยไปแล้ว” นายบุณยสิทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้หากรัฐบาลชุดไหน ให้ความสำคัญกับประเทศมากที่สุด จะส่งผลดีต่อภาคเอกชนมีโอกาสขยายธุรกิจและเติบโต 20-40% แตกต่างจากในปัจจุบันที่เติบโตปีละ 10% เท่านั้น ถือว่าในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยเสียโอกาสเยอะมาก และในขณะนี้ทั่วโลกกำลังต้องการสินค้าไทย แต่ในปัจจุบันเอกชนไทยผลิตสินค้าไม่ทันแล้ว นอกจากนี้ไม่ได้สนับสนุนให้รัฐบาลชุดใหม่ใช้นโยบายประชานิยม เพราะมองว่าไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทยในระยะยาว

 “ในอดีตเวลาการเมืองมีปัญหา ซ้ายขวาตีกัน หรือไม่ลงตัว ก็จะชูผู้หญิงขึ้นมาแก้ปัญหา เหมือนในหลายประเทศที่ผ่านมา มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง เยอรมัน อินเดีย ออสเตรเลีย ศรีลังกา ซึ่งก็สนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงเช่นกัน แต่มองว่าไม่ใช่สมัยนี้ ซึ่งคนที่เข้าใจชูเรื่องนี้มาแก้ปัญหาทมองว่าเป็นคนฉลาด” นายบุณยสิทธิ์ กล่าว   

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท