
บอร์ดรถไฟสั่งตั้งทีมเพิ่มรายได้‘จตุจักร’
บอร์ดรถไฟฯ ตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาบริหารจัดการที่ดินของ ร.ฟ.ท. เพื่อหาประโยชน์ให้ได้ผลมากที่สุด
บอร์ดรถไฟฯ ตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาบริหารจัดการที่ดินของ ร.ฟ.ท. เพื่อหาประโยชน์ให้ได้ผลมากที่สุด
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ร.ฟ.ท.มีมติแต่งตั้งให้นายนิพิฐ อริยวงศ์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ บริหารจัดการที่ดิน ร.ฟ.ท. ในส่วนของพื้นที่ ตลาดนัดสวนจตุจักรและตลาดศาลาน้ำร้อน โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมีหน้าที่ศึกษา รวมถึงประเมินมูลค่าจากการพัฒนาประโยชน์ของพื้นที่ ว่าควรจะมีมูลค่าทรัพย์สินจำนวนเท่าไร และควรนำมาจัดเก็บรายได้ให้รถไฟเท่าไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ทั้งนี้ จากเดิมที่ ร.ฟ.ท.ให้ กทม.เช่าพื้นที่บริเวณตลาดนัดสวนจตุจักรมากว่า 30 ปี กทม.มีการส่งรายได้ให้ ร.ฟ.ท.เป็นค่าใช้ประโยชน์จากพื้นที่ เพียงปีละ 200 ล้านบาทเท่านั้น และล่าสุด ร.ฟ.ท.ได้ต่อสัญญาออกไปอีก 4 ปีและจะหมดอายุสัญญาในเดือน ธ.ค. 2554 นี้ แต่จากการศึกษาพบว่า ร.ฟ.ท.ควรมีรายได้มากกว่า 1,600 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น ทาง ร.ฟ.ท.จึงได้ทำหนังสือแจ้งไปยัง กทม.ว่าจะไม่ต่อสัญญาเช่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้กับ กทม.อีกต่อไป
นายสุพจน์ กล่าวว่า หาก กทม.ไม่ยอมจ่ายค่าเช่าพื้นที่ตามที่ ร.ฟ.ท.ได้ประเมินไว้ ร.ฟ.ท.จะนำที่ดินผืนดังกล่าวมาบริหารจัดการเอง และให้ผู้ค้าขายในตลาดนัดสวนจตุจักรในปัจจุบัน มาทำสัญญาเช่าโดยตรงกับ ร.ฟ.ท.โดยยืนยันว่าการเข้ามาบริหารจัดการเองของ ร.ฟ.ท.จะไม่มีผลกระทบต่อผู้เช่ารายเดิม เพียงแต่จะเปลี่ยนคู่สัญญาในการทำสัญญาใหม่ จากเดิมกับ กทม. ก็มาทำสัญญากับ ร.ฟ.ท.โดยตรง
“คณะกรรมการบริหารจัดการที่ดิน ร.ฟ.ท.จะนำผลการศึกษาเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด ร.ฟ.ท.ภายในเดือน มิ.ย.นี้เพื่อนำไปเป็นข้อมูลว่ารายได้จากที่ดินบริเวณตลาดนัดสวนจตุจักรพื้นที่กว่า 60 ไร่ควรเป็นเท่าไร เพราะในเบื้องต้นคาดจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท ในขณะที่มีค่าใช้จ่าย 400 ล้านบาทเท่านั้น และจะมีส่วนต่างกว่า 1,200 ล้านบาท ขณะที่กทม.จ่ายค่าเช่าให้เพียง 200 ล้านบาทและระบุว่าจะเพิ่มค่าเช่าให้เป็น 400 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งรฟท.ยืนยันว่าไม่สามารถยอมได้และจะไม่ต่อสัญญาอย่างแน่นอน” นายสุพจน์ กล่าว
นอกจากนี้ บอร์ด ร.ฟ.ท.ได้อนุมัติดำเนินโครงการปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณไฟสีทั่วประเทศ วงเงินลงทุนประมาณ 11,358 ล้านบาท แบ่งดำเนินการเป็น 9 สัญญา และอนุมัติว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำการสำรวจออกแบบ จัดทำเอกสารประกวดราคาสำหรับทุกเส้นทางรวมทั้งควบคุมงานก่อสร้างในเส้นทางสายใต้ ช่วงที่ 1 วงเงินค่าจ้างที่ปรึกษาประมาณ 216 ล้านบาท ทั้งนี้ ในส่วนสัญญาที่ 1 นั้นคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาก่อสร้างได้ในเดือนก.ย.นี้ โดยระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 12 ปี ส่วนสัญญาที่ 29 จะได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการในปีงบประมาณ 2555 หลังจากดำเนินโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถไฟมากขึ้น







