
ปตท.หันหาธุรกิจเสริมในปั๊ม
ร้องกำไรจากขายน้ำมันต่ำลง5ปีขึ้นสถานีระดับภูมิภาค
ร้องกำไรจากขายน้ำมันต่ำลง5ปีขึ้นสถานีระดับภูมิภาค
ปตท.รุกค้าปลีกน้ำมัน หวังดันกำไรเสริมในปั๊มจาก 20% เป็น 50% ใน 2 ปี เหตุค่าการตลาดน้ำมันแย่กว่าปีก่อน
นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. เปิดเผยถึงสถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในปีนี้ไม่ดีเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยไตรมาสแรกอยู่ที่ 1.10 บาท/ลิตร ในขณะที่ยังต้องรับภาระการตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ในช่วงที่ผ่านมามีวงเงินกว่า 1,400 ล้านบาท ส่งผลให้ ปตท.ต้องปรับตัวหันมาเน้นรายได้จากธุรกิจเสริมในปั๊มน้ำมันมากขึ้น โดยตั้งเป้าภายใน 2 ปี จะเพิ่มสัดส่วนที่เป็นกำไรขั้นต้นจากธุรกิจเสริมในปั๊มเป็น 50% จากปัจจุบัน 20-30%
สำหรับการบริหารปั๊ม ปตท.ที่มีอยู่กว่า 1,300 แห่ง จะมีการปรับปรุงให้มีการบริหารครบวงจรมากขึ้นใน 3 รูปแบบที่วางไว้ คือ ปั๊มสแตนดาร์ด ปั๊มแพลทินัม และปั๊มในสวน ขณะเดียวกันมองหาทำที่ตั้งใหม่ๆ ที่เหมาะสม ซึ่งอาจมีการปิดปั๊มเก่าบางส่วน และเปิดปั๊มใหม่ในพื้นที่อื่นขึ้นมาแทน
ทั้งนี้ ธุรกิจร้านกาแฟสด “อเมซอน” ซึ่งเป็นธุรกิจเสริมในปั๊ม ปตท. มีการเติบโตดี ยอดขายรวม 30 ล้านแก้ว/ปี เพิ่มจากปีที่แล้ว 25% ปัจจุบันมี 555 สาขา ตั้งเป้าจะขยายสาขาในปั๊มเพิ่มอีก 120 แห่ง นอกปั๊ม 10-15 แห่ง ในปี 2554 รวมทั้งขยายสาขานอกปั๊มอีก 10-15 แห่งในปีนี้ เนื่องจากต้องการขยายตลาดลูกค้าให้มากขึ้นในห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน เป็นต้น
“ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ค่าการตลาดไตรมาสแรกยังต่ำอยู่มากเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ต้องปรับตัวเน้นธุรกิจเสริมในปั๊มมากขึ้น ซึ่งตัวที่ทำรายได้คือเซเว่นอีเลฟเว่น และกาแฟอเมซอน โดยปีที่ผ่านมา ปตท.มีรายได้จากธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน 6,000-7,000 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้นจากธุรกิจเสริมประมาณ 1,000 ล้านบาท” นายสรัญ กล่าว
ด้านนายจักรกฤช จารุจินดา ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปีนี้ ปตท.มีแผนปิดปั๊ม ปตท.ประมาณ 20 แห่ง ในทำเลที่หมดสัญญาเช่า และจะเปิดปั๊มใหม่อีกประมาณ 20 แห่ง ในทำเลที่เหมาะสม โดยจะให้ความสำคัญกับปั๊มขนาดใหญ่มากขึ้น เพราะสามารถให้บริการครบวงจร และช่วยสร้างรายได้จากธุรกิจเสริมในปั๊ม ขณะเดียวกันจะพยายามหาทำเลในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน เนื่องจากปัจจุบันปั๊ม ปตท.ยังมีสาขาอยู่น้อยมาก ส่วนใหญ่จะอยู่นอกรอบเขต กทม.และปริมณฑลมากกว่า ซึ่งตามแผนลงทุนตั้งงบไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายผลักดันให้ปั๊ม ปตท.ติดอันดับในระดับภูมิภาคภายใน 5 ปี หลังจากที่ได้เข้าไปลงทุนเปิดปั๊มในกลุ่มอาเซียน รวมทั้งรูปแบบปั๊มจะเปลี่ยนไปตามการใช้เชื้อเพลิง ในอนาคตจะเปิดปั๊มไฟฟ้าเพื่อรถใช้ไฟฟ้าได้แก่ ปั๊มในกัมพูชา 6 แห่ง ลาว 30 แห่ง ฟิลิปินส์ 46 แห่ง เป็นต้น ซึ่งการเข้าไปขยายสาขาในต่างประเทศถือเป็นการสร้งแบรนด์ปตท.ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และไม่ได้เน้นที่การขายน้ำมันอย่างเดียวแต่ยังไปถึงธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจก๊าซฯ และธุรกิจในเครืออื่นๆด้วย อย่างไรก็ตามในอนาคต รูปแบบของปั๊มปตท.จะปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น โดยอนาคตมีแผนจะเปิดปั๊มไฟฟ้ารองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกด้วย







