
หุ้น2มิ.ย.ปิดเช้าร่วง6.64จุด
ตลาดหุ้นปิดซื้อขายภาคเช้าวันที่ 2 มิ.ย.ที่ระดับ 1,058.99 จุด ลดลง 6.64 จุด หรือ -0.62% มูลค่าการซื้อขาย 11,098.52 ล้านบาท
ตลาดหุ้นปิดซื้อขายภาคเช้าวันที่ 2 มิ.ย.ที่ระดับ 1,058.99 จุด ลดลง 6.64 จุด หรือ -0.62% มูลค่าการซื้อขาย 11,098.52 ล้านบาท
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเรื่องการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ,ยุโรป ภายหลังตัวเลขเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าคาดหลายตัว รวมถึงตัวเลขภาคโรงงานของจีนที่ขยายตัวในอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 279 จุด และราคาน้ำมันไนเม๊กซ์รูดลงมากกว่า 2% โดยยังต้องจับตาการปรับพอร์ตของต่างชาติอย่างใกล้ชิดต่อไป แม้วานนี้จะกลับมามียอดซื้อสุทธิ แต่ยังอยู่ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นมีโอกาสปรับลงทดสอบแนวรับล่างของกรอบสามเหลี่ยมแถว 1,053 จุด จึงแนะนำให้ลดพอร์ตลงเหลือ 25% โดยแนวรับอยู่ที่ 1,060-1,053 จุด แนวต้าน 1,070-1,077 จุด
บล.ทรีนีตี้ รุะบุว่าปัจจัยต่างประเทศบังกดดันหุ้นไทย นอกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาอ่อนแอแล้ว มูดีส์ฯ ลดอันดับเครดิตพันธบัติสกุลเงินยูโรและสกุลเงินตราต่างประเทศของกรีซลงสู่ระดับขยะที่ 'Caa1' จาก 'B1' พร้อมแนวโน้ม 'เชิงลบ'จากความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้ราว
50%
อย่างไรก็ตามยังแนะนำซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานต้นน้ำ เนื่องจากเหตุผลเรื่องไฟฟ้ามี ScarcityPremium เพิ่มขึ้น ดังนั้นกลุ่มธนาคารเตรียมรอรับอานิสสงค์ปล่อยกู้เพื่อโครงการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ด้วย จึงแนะนำซื้อสองกลุ่มนี้เป็นหลักท่ามกลางความผันผวน ของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยมองกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ 1,055-1,092 จุด ขณะที่กรอบวันนี้ แนวรับ 1,052 จุดและแนวต้าน 1,065 จุด
5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 844.71 ล้านบาท ปิดที่ 119.50 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ -2.05%
PTT มูลค่าการซื้อขาย 571.94 ล้านบาท ปิดที่ 348 บาท ลดลง 2 บาท หรือ -0.57%
TOP มูลค่าการซื้อขาย 550.43 ล้านบาท ปิดที่ 76.75 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ -3.15%
BAY มูลค่าการซื้อขาย 490.70 ล้านบาท ปิดที่ 28.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ +0.89%
KTB มูลค่าการซื้อขาย 441.64 ล้านบาท ปิดที่ 18.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.54%







