
เร่งเพิ่มช่องค้าอีคอมเมิร์ซเกาะ 3จี พลิกวิถีช็อปออนไลน์
แม้คำว่าการค้าออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ จะไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่สำหรับสังคมไทย
แม้คำว่าการค้าออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ จะไม่ใช่เรื่องที่แปลกใหม่สำหรับสังคมไทย
เนื่องจากมีความพยายามในการผลักดันผู้ประกอบการให้ขยายธุรกิจสู่โลกออนไลน์กันมากขึ้นมาโดยตลอด เนื่องจากการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีข้อดีมากมายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปิดตลาดสู่ลูกค้าทั่วโลก การทำธุรกรรมที่สะดวกกว่าการทำตลาดรูปแบบเดิม รวมถึงยังเป็นช่องทางการขยายธุรกิจที่เป็นเทรนด์สำคัญในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าตัวเลขการทำธุรกรรมออนไลน์ในประเทศไทยยังถือว่ามีอยู่น้อยมาก ยิ่งหากลงไปดูถึงการทำธุรกรรมออนไลน์แบบเต็มรูปแบบก็ยิ่งมีสัดส่วนที่ลดลงไปอีก วรวุฒิ อุ่นใจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออฟฟิศเมท ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกตลาดอีคอมเมิร์ซ บอกว่า ตัวเลขที่มีการประเมินกันระดับแสนล้านนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับตลาดประเทศไทย
“เราดูกันง่ายๆ ถ้าอีคอมเมิร์ซโตจริงๆ รายได้ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จะต้องโตตาม ไม่ใช่อยู่ที่ระดับพันล้านเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้บริโภคชาวไทยมีพฤติกรรมเฉพาะตัวในเรื่องของการช็อปปิ้ง การซื้อสินค้าออนไลน์อาจจะไม่ใช่ไลฟ์สไตล์ของคนไทย ซึ่งยังชอบเห็นสินค้าก่อนซื้อมากกว่า” วรวุฒิ ให้ความเห็น
ทว่า วรวุฒิ เชื่อว่าด้วยการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ต และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป จะเปิดโอกาสให้การทำการค้าออนไลน์เริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งมีผู้ให้บริการการค้าออนไลน์อยู่ไม่มากนัก
“สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เข้าใจคำว่าอีคอมเมิร์ซผิดไป และเอาเวลาไปคิดว่าจะทำหน้าตาของเว็บไซต์ให้สวย ซึ่งจริงๆ แล้วโดยแนวคิดเหมือนกันคือ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า ซึ่งตอนนี้ธุรกิจแบบนี้อาจจะโตไม่มาก แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงจะมาเร็วมาก ใครที่เกาะไม่ทันก็คงแย่” วรวุฒิ กล่าว
สอดคล้องกับ สรรเสริญ สมัยสุต ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้บุกเบิกเว็บไซต์วีเลิฟช็อปปิ้ง บอกว่า สิ่งที่ขัดขวางการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยก็คือ วัฒนธรรมการซื้อสินค้าของคนไทยที่ต้องเน้นการเห็นสินค้าก่อนจ่ายเงิน แต่สิ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีก็คือ การหาข้อมูลต่างๆ เริ่มกลับมาที่การหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ต่างๆ มากขึ้น
“แต่ที่เราเริ่มเห็นก็คือ คนรุ่นใหม่หลายๆ กลุ่มเริ่มใช้งานอีคอมเมิร์ซโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นอีคอมเมิร์ซ เช่น กลุ่มลูกค้าเด็กๆ ที่เติมเงินเล่นเกมออนไลน์ ก็เริ่มจากการซื้อบัตรเติมเงินมาขูดรหัสแลกกับไอเทมในเกม ซึ่งจะคุ้นชินกับการทำธุรกรรมออนไลน์ไปด้วย” สรรเสริญ กล่าว
สิ่งที่จะเข้ามาผลักดันให้เกิดอีคอมเมิร์ซแบบเต็มรูปแบบในประเทศไทยก็คือ การพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและ 3จี เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมในเรื่องของอุปกรณ์ที่จะรองรับการใช้งานระบบอีคอมเมิร์ซไม่แพ้ประเทศใดในโลก ซึ่งผู้ประกอบการที่จะเข้าสู่ระบบการค้าออนไลน์ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม และต้องชูจุดขายที่ความเป็นโลคัลที่โดดเด่น
วิทวัส รุ่งเรืองผล ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเอสเอ็มอี บอกว่า แนวโน้มการทำธุรกิจแบบออฟไลน์ในประเทศไทยก็จะเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง แต่การเติบโตหลักน่าจะมาจากธุรกิจออนไลน์ที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เอาไว้รองรับการเติบโตในช่วงต่อจากนี้ ซึ่งการเติบโตจะมีทั้งรูปแบบของบีทูบี บีทูซี และซีทูซี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการแต่ละแห่งต้องติดตามและเกาะกระแสให้ได้
สำหรับผู้ประกอบการตัวจริงเสียงจริงอย่าง จิรายุ วิริยะพิบูล ที่มีตำแหน่งสมาชิกระดับโกลด์จากเว็บอีมาร์เก็ตระดับโลกอย่างอาลีบาบาดอตคอมเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ บอกว่า การทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันถือว่าง่ายขึ้นกว่าในอดีตมาก เนื่องจากกฎเกณฑ์หลายอย่างเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่น แบงก์การันตีจากในอดีตที่ต้องวางเงิน 5 แสนบาท ในปัจจุบันก็ลดลงมาเหลือ 5 หมื่น–1.5 แสนบาทเท่านั้น
“การทำธุรกรรมออนไลน์จะช่วยนำลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาให้กับบริษัทมากขึ้น อย่างของผมเองหลังจากเข้าอาลีบาบา ก็มีลูกค้าเข้ามาใหม่ประมาณ 500 ราย ซึ่งได้รับการคัดกรองแล้ว ซึ่งก็ทำรายได้ให้กับธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ” จิรายุ กล่าว
ทั้งนี้ อีคอมเมิร์ซถือเป็นเรื่องสำคัญที่กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญมาก โดย วุฒิชัย ดวงรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก บอกว่า เตรียมเปิดเว็บไซต์ไทยเทรดดอตคอม ในวันที่ 5 ก.ค.นี้ เพื่อเป็นตลาดออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้าร่วมกันผลักดันการค้า โดยตั้งเป้าหมายว่าจากนี้ไป 5 ปี จะมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 3,000-5,000 ราย และส่งออกรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของมูลค่าการส่งออกรวมจากประเทศไทย
จะเป็นจริงหรือแค่ฝันไป เมื่อเปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการคงต้องติดตามดูกันอีกที!!!







