
สุเมธติงรัฐไม่พัฒนาเกษตร
แนะพัฒนาโครงสร้างใหม่ทั้งระบบ สร้างความมั่นคงด้านราคา-ตลาด
แนะพัฒนาโครงสร้างใหม่ทั้งระบบ สร้างความมั่นคงด้านราคา-ตลาด
ประธานฯ มูลนิธิข้าวไทย แนะรัฐตั้งธงส่งเสริมแปรรูปสินค้าเกษตร
นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ กล่าวในงานจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2554 ว่า ในทศวรรษหน้าจะเป็นเรื่องของสงครามการแย่งชิงอาหารและน้ำ ดังจะเห็นว่า การพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอด 60 กว่าปีที่ผ่านมาทรงมุ่งพัฒนาในเรื่องของดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของประเทศ
การที่ประเทศไทยประกาศตัวว่าเป็นครัวของโลก เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ แต่กลับเห็นได้ว่าในการพัฒนาประเทศของรัฐบาลที่จะหนุนต่อการเป็นครัวของโลกยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม
ปัญหาทั้งหมดนายสุเมธระบุว่า มาจากการขาดการบริหารจัดการ เห็นได้จากข้าวไทย ที่จนขณะนี้ใกล้จะแพ้เวียดนามแล้ว เหลือเพียงตลาดเดียวคือข้าวหอมมะลิที่ยังไม่แพ้ แต่หลายประเทศกำลังพยายามพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่ให้ใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิของไทย จึงเกิดคำถามว่า ประเทศไทยจะไปอยู่ที่จุดไหน จะยังขายข้าวเป็นเมล็ดบรรจุกระสอบต่อไป หรือส่งเสริมการพัฒนาการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า แต่จนถึงขณะนี้นโยบายของแต่ละรัฐบาลไม่มีความชัดเจนว่าจะพัฒนาการเกษตรไทยไปอยู่ที่จุดใด
“สุภาษิตจีน บอกว่า ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา แต่คนไทยเห็นโลงศพแล้ว ยังหัวเราะระรื่น” นายสุเมธ กล่าว
ทั้งนี้ สิ่งที่จะทำให้ประเทศชาติไปรอดก็คือภาคเกษตร ซึ่งจะไปรอดก็คือการทำให้เกษตรกรของประเทศอยู่ได้ แต่ปัญหาสำคัญคือ ดินไม่ดี น้ำไม่พอ ไม่มีที่ดินทำกิน และปัญหาบุกรุกที่ดิน ในขณะที่ผลผลิตก็มีปัญหาด้านราคา การตลาด และขาดการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งประเทศไทยต้องตอบตัวเองว่าจะยังต้องการขายข้าวเป็นเมล็ดบรรจุกระสอบ หรือจะขายข้าวที่ต้องมีการเพิ่มมูลค้า แล้วมุ่งพัฒนาไปให้ถึงจุดนั้น”นายสุเมธกล่าว
ด้านนายประวิทย์ สันติวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันบริโภคไทย ผู้ผลิตน้ำมันรำข้าวยี่ห้อคิง ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดรางวัลนวัตกรรมข้าวไทยประจำปี 2553 กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนานวัตกรรมช็อตเทนนิง จากน้ำมันรำข้าวรายแรกของโลกเข้าประกวด เนื่องจากเห็นว่าตลาดสินค้าสุขภาพโตขึ้น โดยมุ่งตอบสนองลูกค้ากลุ่มเบเกอรีที่ไม่ต้องการไขมันไม่ดี ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายในปลายปีนี้







