
ปตท.ลุยรุกค้าปลีกน้ำมันดันกำไรธุรกิจเสริม
ปตท.รุกค้าปลีกน้ำมันหวังดันกำไรธุรกิจเสริมในปั๊มสัดส่วน50% จากปัจจุบัน20-30% ภายใน 2 ปี หลังรายได้น้ำมันยังไม่เติบโตค่าการตลาดน้ำมันอยู่ในระดับต่ำแย่กว่าปีก่อน
ปตท.รุกค้าปลีกน้ำมันหวังดันกำไรธุรกิจเสริมในปั๊มสัดส่วน50% จากปัจจุบัน20-30% ภายใน 2 ปี หลังรายได้น้ำมันยังไม่เติบโตค่าการตลาดน้ำมันอยู่ในระดับต่ำแย่กว่าปีก่อน
นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. เปิดเผยถึงสถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในปีนี้ไม่ดีเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยไตรมาสแรกอยู่ที่ 1.10 บาท/ลิตร ในขณะที่ยังต้องรับภาระการตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาท/ลิตรในช่วงที่ผ่านามีวงเงินกว่า 1,400 ล้านบาท ส่งผลให้ปตท.ต้องปรับตัวหันมาเน้นรายได้จากธุรกิจเสริมในปั๊มน้ำมันมากขึ้น โดยตั้งเป้าภายใน 2 ปี จะเพิ่มสัดส่วนที่เป็นกำไรขั้นต้นจากธุรกิจเสริมในปั๊มเป็น 50% จากปัจจุบัน 20-30 %
สำหรับการบริหารปั๊มปตท.ที่มีอยู่กว่า 1,300 แห่ง จะมีการปรับปรุงให้มีการบริหารครบวงจรมากขึ้น ใน 3 รูปแบบที่วางไว้ คือ ปั๊มสแตนดาร์ด ปั๊มแพลตตินั่ม และปั๊มในสวน ขณะเดียวกันมองหาทำที่ตั้งใหม่ๆที่เหมาะสม ซึ่งอาจมีการปิดปั๊มเก่าบางส่วนและเปิดปั๊มใหม่ในพื้นที่อื่นขึ้นมาแทน
ทั้งนี้ ธุรกิจร้านกาแฟสด “อเมซอน” ซึ่งเป็นธุรกิจเสริในปั๊มปตท.ถือว่ามีการเติบโตที่ดีมียอดขายรวมอยู่ที่ 30 ล้านแก้ว/ปี เติบโตจากปีที่แล้ว 25 % ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 555 สาขา โดยตั้งเป้าจะขยายสาขาในปั๊มเพิ่มขึ้นอีก 120แห่ง ในปี 2554 รวมทั้งการขยายสาขานอกปั๊มอีก 10-15 แห่งภายในปีนี้ เนื่องจากต้องการขยายตลาดลูกค้าให้มากขึ้นในห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน เป็นต้น
“ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ค่าการตลาดไตรมาสแรกยังต่ำอยู่มากเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ต้องปรับตัวเน้นธุรกิจเสริมในปั๊มมากขึ้น ซึ่งตัวที่ทำรายได้คือเซเว่น-อีเลฟเว่น และกาแฟอเมซอน โดยปีที่ผ่านมาปตท.มีรายได้จากธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน 6,000-7,000 ล้านบาทมีกำไรขั้นต้นจากธุรกิจเสริมประมาณ 1,000 ล้านบาท “นายสรัญ กล่าว
ด้านนายจักรกฤช จารุจินดา ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. กล่าวว่า ปีนี้ปตท.มีแผนปิดปั๊มปตท.ประมาณ 20 แห่ง ในทำเลที่หมดสัญญาเช่า และจะเปิดปั๊มใหม่อีกประมาณ 20 แห่ง ในทำเลที่เหมาะสม โดยจะให้ความสำคัญกับปั๊มขนาดใหญ่มากขึ้น เพราะสามารถให้บริการครบวงจร และช่วยสร้างรายได้จากธุรกจเสริมในปั๊ม ขณะเดียกวันจะพยายามหาทำเลในเขตกรุงเทพชั้นใน เนื่องจากปัจจุบันปั๊มปตท.ยังมีสาขาอยู่น้อยมาก ส่วนใหญ่จะอยู่นอกรอบเขตกทม.และปริมณฑลมากกว่า ซึ่งตามแผนลงทุนตั้งงบไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายผลักดันให้ปั๊มปตท.ติดอันดับในระดับภูมิภาค ภายใน 5 ปี หลังจากที่ได้เข้าไปลงทุนเปิดปั๊มในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ ปั๊มในกัมพูชา 6 แห่ง ลาว 30 แห่ง ฟิลิปินส์ 46 แห่ง เป็นต้น ซึ่งการเข้าไปขยายสาขาในต่างประเทศถือเป็นการสร้งแบรนด์ปตท.ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และไม่ได้เน้นที่การขายน้ำมันอย่างเดียวแต่ยังไปถึงธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจก๊าซฯ และธุรกิจในเครืออื่นๆด้วย อย่างไรก็ตามในอนาคต รูปแบบของปั๊มปตท.จะปรับเปลี่ยนไปตามความต้องการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น โดยอนาคตมีแผนจะเปิดปั๊มไฟฟ้ารองรับรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกด้วย







