
ชงรมว.พลังงานคนใหม่หาแหล่งขุดก๊าซเพิ่มด่วน
กรมเชื้อเพลิงเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่เร่งเจรจาแหล่งพลังงานกัมพูชาพม่า รับการใช้ก๊าซที่สูงขึ้น
กรมเชื้อเพลิงเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่เร่งเจรจาแหล่งพลังงานกัมพูชาพม่า รับการใช้ก๊าซที่สูงขึ้น
นายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยถึงนโยบายสำคัญที่จะเสนอ รมว.พลังงานคนใหม่พิจารณาเพื่อสานต่อนโยบายด้านปิโตรเลียม ว่า มีอยู่ 4 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.การเร่งเจรจาปัญหาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา แม้ว่าจะมีปัญหาทางการเมืองเข้ามาเป็นอุปสรรค แต่ก็ต้องเตรียมข้อมูลไว้ในการเจรจาด้วย เพราะที่ผ่านมายังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ประกอบกับกัมพูชาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ และหวังจะเป็นแหล่งพลังงานใหม่มาชดเชยปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่จะหมดใน 30 ปีข้างหน้า
2.การส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศพม่าในการหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะแหล่งก๊าซ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีพื้นที่ที่มีศักยภาพและอยู่ใกล้กับไทย 3.การเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ ครั้งที่ 21 หลังจากที่เว้นช่วงห่างจากการเปิดสัมปทานรอบที่แล้วประมาณ 2 ปี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกพื้นที่สัมปทานที่เหมาะสม ซึ่งจะเปิดแหล่งสัมปทานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 4.การมองหาแหล่งพลังงานอื่นในต่างประเทศที่เป็นเชื้อเพลิงใหม่ๆ เช่น หินน้ำมันออยล์แซนด์ เพื่อทดแทนพลังงานประเภทน้ำมันดิบ และก๊าซที่เริ่มลดลงในอนาคต
“ยอมรับกรณีของไทย-กัมพูชา อาจจะลำบาก แต่กรมเชื้อเพลิงฯ ก็ต้องเตรียมข้อมูลไว้ เพราะถือเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่มีความสมบูรณ์แห่งหนึ่ง และต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะให้ความสำคัญอย่างไร
นอกจากนี้ จะต้องเร่งหาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆ เพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการใช้ก๊าซที่เพิ่มขึ้น และจะหมดลงใน 30 ปีข้างหน้า รวมทั้งการเปิดสัมปทานรอบใหม่ในภาคอีสาน หากได้แหล่งก๊าซเพิ่มเติมจะเป็นเรื่องที่ดี
ปัจจุบัน จะช่วยจัดหาก๊าซฯ ที่ใช้ในรถยนต์ให้เพียงพอได้ด้วยปัจจุบันสามารถจัดหาปิโตรเลียมจากแหล่งภายในประเทศ ทั้งบนบกและในทะเล โดยมีอัตราการผลิตก๊าซฯประมาณ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต)/วัน ก๊าซธรรมชาติเหลว ประมาณ 9.84 หมื่น บาร์เรล/วัน และน้ำมันดิบ ประมาณ1.33 แสนบาร์เรล/วัน โดยเป็นการผลิตจากแหล่งในทะเล แยกเป็น ก๊าซธรรมชาติ ประมาณ 2,800 ล้านลบ.ฟุต/วัน ก๊าซธรรมชาติเหลว ประมาณ 9.8 หมื่นบาร์เรล/วัน (รวม พื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย 8,000 บาร์เรล แล้วและ น้ำมันดิบ ประมาณ 1.1 แสนบาร์เรล/วัน
สำหรับแหล่งปิโตรเลียมบนบกแยกเป็น ก๊าซธรรมชาติ ประมาณ 200 ล้านลบ.ฟุต/วัน ก๊าซธรรมชาติเหลว ประมาณ 400 บาร์เรล/วัน และน้ำมันดิบ ประมาณ 2.3 หมื่นบาร์เรล/วัน โดยกำลังการผลิตทั้งหมดรองรับความต้องการใช้ในประเทศคิดเป็น 40%
อย่างไรก็ตาม ปริมาณความต้องการใช้ก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าจะสูงขึ้นปีละ 6-7% ตามการเติบโตของเศรษฐกิจ ขณะที่ความสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติของอ่าวไทยจะถึงจุดสูงสุดภายในปี 2555-2557 โดยผลิตได้สูงสุดวันละ 4,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต เมื่อรวมกับก๊าซธรรมชาติจากพม่าที่นำเข้ามาวันละ 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต จะรองรับการใช้เฉพาะผลิตไฟฟ้าในช่วง 10-15 ปี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เข้าชดเชย เพราะการใช้เชื้อเพลิงอื่น เช่น ถ่านหินและนิวเคลียร์ต้องเลื่อนออกไป







