
บ้านหลังแรกติลมบน รัฐอุ้มราคาต่ำ3ล.บูมยาว
ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมามีสีสันวูบวาบอีกครั้ง นับจากรัฐบาลจุดพลุสินเชื่อเพื่อบ้านหลังแรกด้วยดอกเบี้ย 0% ยาว 2 ปี
ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมามีสีสันวูบวาบอีกครั้ง นับจากรัฐบาลจุดพลุสินเชื่อเพื่อบ้านหลังแรกด้วยดอกเบี้ย 0% ยาว 2 ปี
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมามีสีสันวูบวาบอีกครั้ง นับจากรัฐบาลจุดพลุสินเชื่อเพื่อบ้านหลังแรกด้วยดอกเบี้ย 0% ยาว 2 ปี โดยมีธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นผู้รับนโยบายดังกล่าว ทำให้ช่วงเดือน พ.ค. ที่เดิมเคยเป็นช่วงโลว์ซีซันของการขาย กลับมีแรงกระตุ้นจากนโยบายดังกล่าวพลิกให้ตลาดกลับมาสู่เส้นทางของการเติบโตอีกครั้ง
ไม่เพียงเท่านั้น แคมเปญกู้ 0% ยังได้ผลักดันให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จับมือธนาคารพาณิชย์เพื่อออกแคมเปญในลักษณะใกล้เคียงกันมารองรับความต้องการของลูกค้า แม้ว่าดอกเบี้ยจะสู้แคมเปญของรัฐไม่ได้ แต่เงื่อนไขที่ผ่อนคลายกว่าและการอำนวยความสะดวกของโครงการเป็นสิ่งจูงใจให้ผู้ซื้อบ้านจำนวนไม่น้อยเลือกสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์แทน
จากปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้มีการประเมินกันว่า นับจากนี้ตลาดที่อยู่อาศัยสำหรับคนเริ่มทำงาน เริ่มสร้างครอบครัวราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท จะยังคงสดใสและคึกคักต่อเนื่อง เพราะไม่ว่าพรรคการเมืองใดได้เข้ามาเป็นรัฐบาล จะต้องสนับสนุนบ้านหลังแรกตามที่ได้หาเสียงไว้
บ้านต่ำ 3 ล้านส่อคึกยาว
ชายนิด โง้วศิริมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า หลังจากมีมาตรการบ้านหลังแรกของภาครัฐออกมาทำให้บรรยากาศโดยรวมปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียมพร้อมโอนระดับราคา 1-3 ล้านบาท มีอัตราการขายที่ดีขึ้น เพราะผู้บริโภคต่างมองว่าทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านลดลง หลังละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท
ในส่วนของเพอร์เฟคเองมีโครงการที่เข้าเกณฑ์สินเชื่อเพื่อบ้านหลังแรก รวม 6 โครงการ ประกอบกับการทำแคมเปญที่ล้อไปกับนโยบายของรัฐ ด้วยการเสนอดอกเบี้ย 1% ให้กับบ้านราคาสูงกว่า 3 ล้านบาท ทำให้การตัดสินใจของบ้านทุกระดับราคาดีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะผลักดันให้ยอดขายไตรมาสนี้เติบโตมากถึง 30%
นอกจากนี้ ยังมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะคึกคักต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะเป็นรัฐบาล ล้วนต้องเข้ามาสานต่อนโยบายบ้านหลังแรกตามที่ประกาศไว้ในช่วงหาเสียง ซึ่งจะทำให้กลุ่มบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่อง
แนวโน้มการพัฒนาโครงการนับจากนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการจะลงมาเล่นบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท กันมากขึ้น เพราะต่างประเมินกันแล้วว่ารัฐบาลใหม่จะหันมาสนับสนุนที่บ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ประกอบกับการเร่งเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ทั้งสายสีม่วง สายสีเขียว อ่อนนุชแบริ่ง หรือฝั่งวงเวียนใหญ่-บางหว้า จะช่วยเร่งให้ตลาดไม่เกิน 3 ล้านบาท คึกคักขึ้น
เร่งตุนยอดรับการเมืองเสี่ยง
ด้าน วสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าวยอมรับว่า มีความกังวลต่อเหตุการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งในระดับหนึ่ง โดยแม้ว่าจะมองบวกและเชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรงมากนัก แต่ก็ต้องเตรียมแผนสำรองสำหรับการขายไว้
บริษัทจึงตั้งเป้ากระตุ้นการขายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้รองรับความเสี่ยงหากมีเหตุการณ์ไม่สงบหลังเลือกตั้ง ซึ่งบริษัทจะอาศัยการออกแคมเปญใหญ่กลางเดือน มิ.ย. เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นยอดขาย โดยคาดว่าผลจากแคมเปญดังกล่าวจะสร้างยอดขายได้ประมาณ 100-200 ล้านบาท
ในช่วงระยะ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นจังหวะที่ตลาดกลับมาฟื้นตัว ไม่เพียงแต่กลุ่มต่ำกว่า 3 ล้านบาทเท่านั้น แต่กลุ่มบ้านราคาสูงกว่านั้นก็ได้รับอานิสงส์ด้วยเช่นกัน อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้มีวันหยุดยาว ทำให้กำลังซื้ออั้นมาระยะหนึ่งและมาเร่งตัดสินใจในช่วงนี้อีกครั้ง
“อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกระแสการเลือกตั้งทำให้คนกล้าจับจ่ายใช้สอย และปัจจัยเรื่องต้นทุนวัสดุก่อสร้าง อัตราดอกเบี้ยที่จะสูงขึ้น ยังมีผลให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้นด้วย เพราะกังวลว่าปลายปีบ้านจะราคาสูงขึ้น” วสันต์ ให้ความเห็น
4 เดือนเปิดตัวใหม่พุ่ง-แต่โอนลด
อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า บรรยากาศการซื้อขายที่อยู่อาศัยในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนเลยว่า แม้ว่ายอดการโอนกรรมสิทธิ์จะลดลงมาก แต่ยอดการเปิดตัวโครงการใหม่กลับเพิ่มสูงขึ้น โดยหากประเมินจากภาพการโอนกรรมสิทธิ์จนถึงเดือน เม.ย. จะเห็นว่าลดลงมากถึง 37%
“เพราะปีที่แล้วเป็นช่วงใกล้หมดมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ลดค่าธรรมเนียมการโอนต่างๆ ยอดโอนจึงค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีนี้ที่ไม่มีมาตรการ จึงเห็นว่าตัวเลขแตกต่างกันมาก” อิสระ กล่าว
ขณะที่เมื่อพิจารณาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ประเมินว่าอาจจะลดน้อยลง แต่ผลปรากฏว่ายอดการเปิดตัวกลับเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาก โดยตั้งแต่เดือน ม.ค. จนถึง เม.ย.ปีนี้ มีจำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่มากถึง 3.8 หมื่นหน่วย แต่ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวใหม่เพียง 2.4 หมื่นหน่วยเท่านั้น
ทั้งนี้ เป็นผลจากการที่ช่วงเวลานั้นมีปัจจัยเรื่องการเมือง ทำให้บรรยากาศไม่เอื้อต่อการเปิดตัวโครงการใหม่ โครงการต่างๆ จึงอั้นไปเปิดในครึ่งปีหลัง และอาจต่อเนื่องจนถึงครึ่งปีแรกของปีนี้
บ้านเดี่ยวได้ฤกษ์ขยับเล่น 13 ล้าน
ด้าน เมธา อังวัฒนพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ภาพรวมแนวราบปีนี้ชัดเจนแล้วว่าจะฟื้นตัว โดยจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่เกือบทุกรายเบนเข็มกลับมาเล่นในตลาดดังกล่าว
ตลาดทาวน์เฮาส์ระดับราคา 1-3 ล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่วนบ้านเดี่ยวมีความเป็นไปได้ที่จะขยับลงมาอยู่ที่ 1-2.99 ล้านบาทมากขึ้น เพื่อรองรับกำลังซื้อ ส่วนตลาดบ้าน 10 ล้านบาท มีโอกาสฟื้นตัว เพราะมีความต้องการ แต่การเปิดตัวใหม่ต้องระวังเรื่องซัพพลาย เพราะเจ้าตลาดที่ทำอยู่ก็เปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง
ขณะที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ระบุว่า แม้ว่าในไตรมาสแรกการเปิดตัวโครงการใหม่ของบ้านเดี่ยวจะยังเกาะระดับราคา 3-4 ล้านบาท แต่แนวโน้มราคาอาจขยายฐานลูกค้าไปที่กลุ่มลูกค้าระดับล่าง ในกลุ่ม 12.99 ล้านบาทเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะเข้ามาชิงส่วนแบ่งทางการตลาดสูงขึ้น เพื่อแข่งขันกับตลาดทาวน์เฮาส์ในอนาคต ซึ่งนโยบายของภาครัฐมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นความต้องการของที่อยู่อาศัยที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทเพิ่มขึ้นด้วย
จากสถานการณ์ดังกล่าวเชื่อว่ากระแสการแข่งขันในตลาดบ้าน 1-3 ล้านบาท ให้ดุเดือดยิ่งขึ้น หากรัฐบาลชุดใหม่ไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้เสียก่อน







