posttoday
เจบิคเปิดท่อเงินกู้แบงก์กสิกร

เจบิคเปิดท่อเงินกู้แบงก์กสิกร

31 พฤษภาคม 2554

“เจบิค” จับมือกสิกรไทยปล่อยกู้เอสเอ็มอีญี่ปุ่นในไทย 3 หมื่นล้าน เน้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์

“เจบิค” จับมือกสิกรไทยปล่อยกู้เอสเอ็มอีญี่ปุ่นในไทย 3 หมื่นล้าน เน้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์

นายโนบุยูกิ ฮิกาชิ หัวหน้าแผนกการเงินภาคพื้นเอเชียและโอเชียเนีย ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) กล่าวว่า ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยเพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ (ทูเสต็บโลน) ให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทยผ่านธนาคารกสิกรไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาวงเงินกู้ โดยจะสำรวจข้อมูลจากนักธุรกิจญี่ปุ่นก่อน

“ขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายส่งเสริมให้ธุรกิจเอสเอ็มอีขยายธุรกิจออกนอกประเทศ ภายใต้กลยุทธ์การเติบโตใหม่ เนื่องจากตลาดภายในประเทศเริ่มอิ่มตัวและปัญหาเงินเยนแข็งค่า ทั้งนี้ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศน่าลงทุนอันดับ 4 สำหรับนักลงทุนญี่ปุ่น รองจากจีน อินโดนีเซียและเวียดนาม” นายฮิกาชิ กล่าว

การเซ็นเอ็มโอยูในครั้งนี้จะส่งผลให้การลงทุนจากญี่ปุ่นในประเทศไทยเพิ่มขึ้น และอาจมีการลงทุนให้อุตสาหกรรมใหม่ๆด้วยเช่น อุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้จะส่งผลให้การแข่งขันในตลาดลูกค้าญี่ปุ่นของธนาคารพาณิชย์ไทยรุนแรงขึ้น

นายปรีดี ดาวฉาย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเซ็นเอ็มโอยูร่วมกับเจบิคจะช่วยให้ฐานสินเชื่อลูกค้าญี่ปุ่นของธนาคารเติบโตขึ้นอีก 1 เท่าตัว หรือเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 หมื่นล้านบาท ภายใน 1 ปี ขณะที่วงเงินกู้คาดว่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3 หมื่นล้านบาท โดยเจบิคจะคิดอัตราดอกเบี้ยไลบอร์จากธนาคาร จากนั้นธนาคารจะนำมาปล่อยกู้ที่อัตราเอ็มแอลอาร์ลบ 1-1.5%

ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มที่มีการลงทุนขั้นต่ำ 100 ล้านบาท และมียอดขาย 300-400 ล้านบาทต่อปี

การปล่อยสินเชื่อจะอยู่ในรูปเงินสกุลเหรียญสหรัฐ โดยธนาคารจะสวอปให้เป็นเงินบาท ซึ่งจะถูกกว่าการกู้ยืมโดยตรงประมาณ 0.5% ทั้งนี้เพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้า “ในปี 2551 เจบิคได้ให้เงินกู้แก่ธนาคารมาแล้ว 200 ล้านเหรียญ ซึ่งเราได้ใช้ไปแล้วประมาณ 80 % และยังเหลืออยู่ 40 ล้านเหรียญ ซึ่งเงินกู้ก้อนใหม่จะมาต่อยอดจากเงินก้อนนี้ เนื่องจาก

“ญี่ปุ่นมีแนวโน้มเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น เช่น ซูซูกิ ที่จะเข้ามาตั้งฐานผลิต ซึ่งคาดว่าจะมีกลุ่มโรงงานที่ผลิตชิ้นส่วนตามมาจำนวนมาก” นายปรีดี กล่าว

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารจะมีการเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับธนาคารท้องถิ่นในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง รวมทั้งหมดเป็น 18 แห่ง และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 24-25 แห่ง ภายในปี 2556 ทั้งนี้คาดว่าการเซ็นสัญญากับเจบิค จะส่งผลให้มีบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 150 แห่งต่อปี

อย่างไรก็ตาม ไทยต้องเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนญี่ปุ่นให้ได้ เนื่องจากในแง่ความน่าลงทุนโดยรวมนอกเหนือจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังเป็นรองเวียดนามและอินโดนีเซีย


 

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน