
เช่าซื้อไทยพาณิชย์พุ่ง8หมื่นล.
รถมือสองมาแรง-ป้ายแดงลดไตรมาสแรกโตสุดถึง4หมื่นคัน
รถมือสองมาแรง-ป้ายแดงลดไตรมาสแรกโตสุดถึง4หมื่นคัน
ไทยพาณิชย์ ยึดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทั้งป้ายแดงยันรถมือสอง เดินหน้าตามเป้า 8 หมื่นล้านบาท
นายณรงค์ ศรีจักรินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริหารช่องทางการขาย สายบริหารการขายและบริการ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อของธนาคารยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารตั้งเป้าปล่อยในปีนี้ที่ 78 หมื่นล้านบาท
สินเชื่อรถมือสองยังอยู่ที่สัดส่วน 20% และสินเชื่อเช่าซื้อรถป้ายแดงเหลือประมาณ 60% จากปริมาณรถทั้งหมด 1.8 แสนคัน และมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท เติบโต 4.2-4.3%
สัดส่วนสินเชื่อในโครงการ “เงินสด รถจ่ายให้” จะเพิ่มเป็น 20-25% เนื่องจากได้รับความนิยมจากลูกค้ามากขึ้น
“ช่วงไตรมาสแรก ยอดสินเชื่อเราโต 39% เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา โดยยอดสินเชื่อคงค้างสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 8.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 9.1 หมื่นล้านบาท เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยยอดสินเชื่อใหม่เพิ่มเป็น 1.6 หมื่นล้านบาท อนุมัติไปทั้งหมด 4 หมื่นคัน” นายณรงค์ กล่าว
นอกจากนี้ จากการที่ธนาคารได้นำระบบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อผ่านโทรศัพท์มือถือมาใช้ ได้ทำให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้นในการอนุมัติ โดยใช้ช่องทางการขายผ่าน 1,000 สาขาทั่วประเทศ เป็นเครื่องมือในการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็วกว่าเดิม อนุมัติได้ภายในวันเดียว ด้วยการใช้โทรศัพท์มือถือในการถ่ายรูปและส่งมาพิจารณาอนุมัติได้เลยหลังลูกค้าส่งเอกสารครบ
ขณะเดียวกันการคิดอัตราดอกเบี้ย ธนาคารคิดแบบคงที่ ถูกกว่าสินเชื่อบุคคลทั่วไป ให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 80% จากราคาอ้างอิงของธนาคาร วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 5 หมื่น2 ล้านบาท ระยะเวลาการผ่อน 12-60 งวด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือช่วงไตรมาส 2 และ 3 ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นไม่มีรถส่งมอบให้ลูกค้า อาจกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อได้
สินเชื่อแคมเปญเงินสดรถจ่ายให้ของธนาคารไทยพาณิชย์ กำหนดเงื่อนไขรถยนต์ที่นำมาขอรับสินเชื่อต้องเป็นรถยนต์ปลอดภาระ และมีอายุไม่เกิน 14 ปี ทั้ง รถเก๋ง รถกระบะ และรถตู้ กรณีมีประกันภัยเดิมที่เหลืออายุคุ้มครองมากกว่า 6 เดือน และไม่ต้องการทำประกันภัยใหม่ สามารถเลือกจ่ายค่าเลี่ยงประกันภัย 3,000 บาท
คุณสมบัติผู้สมัครต้องเป็นบุคคลธรรมดา อายุ 20-60 ปี ถ้าเป็นลูกค้าเดิมของธนาคารไทยพาณิชย์ได้ แต่ต้องเหลือภาระผ่อนชำระไม่เกิน 12 เดือน
นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการ สปส. เปิดเผยว่า ข้อเสนอให้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมาบริหารกองทุนประกันสังคมเป็นไปได้ยาก เพราะการจ้างมืออาชีพมาบริหาร ไม่ต้องรับผิดชอบในกรณีเงินกองทุนประกันสังคมขาดทุน แต่ในที่สุด สปส.ต้องเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบและ ปัจจุบัน สปส.ก็ใช้จ้างบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน โดยการทำสัญญาจ้างมีเงื่อนไขว่าจะต้องทำกำไรให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด หากภายใน 2 ปีลงทุนแล้วไม่ได้กำไรตามเกณฑ์จะถูกยกเลิกสัญญา
ขณะนี้ สปส.ทำสัญญาจ้างอยู่ 5 บริษัท โดยกระจายเงินลงทุนบริษัทละ 6 พันล้านบาท และมีบริษัทที่ลงทุนแล้วทำกำไรได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด 2 บริษัท ส่วนอีก 3 บริษัททำกำไรได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จึงกำลังจะถูกยกเลิกสัญญา สำหรับผลกำไรของกองทุนในช่วง 3 ปีหลังตั้งแต่ ปี 2551 กองทุนประกันสังคมได้กำไร 2.4 หมื่นล้านบาท ปี 2552 ได้กำไร 2.8 หมื่นล้านบาท ปี 2553 ได้กำไร 3.3 หมื่นล้านบาท และปี 2554 ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมถึงสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เงินตอบแทนแล้ว 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งผลกำไรทั้งหมดจะนำมาใส่ไว้ในกองทุนประกันสังคม เพื่อไว้เป็นเงินบำเหน็จและบำนาญชราภาพต่อไป







